วเอง จะต้องไม่โดนเขาจับได้
“ก็จริงนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาข้อมูลก่อน เธอไปรอที่ห้องสัมภาษณ์เลยละกันนะ มันอยู่ชั้นที่สิบห้า ตรงหัวมุม ว่าแต่เสียงของเธอเมื่อกี้เป็นอะไร?”
“กลับไปแล้วจะบอกนะ” อันโหรวยิ้มออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่วุ่นวาย เธอก็แค่ใช้เสียงแหบ ๆ นั้นในการคุยกับประธานจิ่งเท่านั้นเอง
หลินจือเซี๋ยวเบ้ปาก ก่อนจะเอ่ยว่า “ได้”
หลังจากนั้นอันโหรวก็เดินไปที่ลิฟต์และรอให้ลิฟต์ลงมา
ตึกนี้มีลิฟต์อยู่สามตัว ขณะที่เธอกำลังรอลิฟต์อยู่นั้น ลิฟต์ทางด้านซ้ายก็ลงมาถึงพอดี พลันปรากฏร่างชายสูงโปร่งที่ดูอ่อนโยน สวมแว่นตาไร้กรอบแบบทรงสี่เหลี่ยม ชายคนนี้มีผิวขาว คิ้วดกดำ หน้าตาดูสะอาดสะอ้าน
เมื่อฉีเซิ่งเทียนมองเห็นอันโหรว เขาก็หยุดเดินในทันที ราวกับว่าเขาได้ค้นพบโลกใบใหม่จากตัวเธอเสียอย่างนั้น “นี่ยัยขี้เหร่ เธอแอบเข้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน?”
อันโหรวมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “เดินมาอย่างผ่าเผยค่ะ” เมื่อพูดจบ ลิฟต์ตัวที่เธอรอก็มาถึงชั้นหนึ่งพอดี
เธอไม่มีเวลาสนใจดูคนอื่นหรอกนะ จากนั้นเธอจึงเดินเข้าไปในลิฟต์ทันที
ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่ประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิด เขาเหลือบมองเลขชั้นที่เธอจะไป เมื่อเขาเห็นหมายเลขที่สิบห้า ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้างทันที ชั้นที่สิบห้านี่เป็นชั้นที่มีห้องสัมภาษณ์สำหรับผู้ที่สมัครเข้ามาใหม่ในตำแหน่งโฆษกโฆษณา ยัยผู้หญิงขี้เหร่คนนี้ทำไมถึงเข้ารอบสุดท้ายของผู้สมัครได้?