แบบนี้แล้วคงไม่มีทางที่จะสอบสัมภาษณ์รอบแรกผ่านแน่ ๆ
“ไม่มีอะไรที่ฉันต้องกลัว เธอจะกังวลใจไปทำไมกัน?” อันโหรวเผยสีหน้าที่มั่นใจ เพราะอย่างน้อยเมื่อก่อนเธอก็เคยทำให้ประธานคนนี้อยู่ภายใต้เงื้อมมือของเธอมาแล้วในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เธอจึงไม่รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด“เธอนี่จริง ๆ เลย ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรของเธอกันแน่!” หลินจือเซี๋ยวถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นก็พาอันโหรวไปที่ห้องสัมภาษณ์เดินไปได้ครึ่งทาง ก็มีคนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาข้างหน้า หลินจือเซี๋ยวมองเห็นว่านี่ชักจะไม่ดีแล้ว จึงรีบดึงอันโหรวหลบข้างหลังของเธอในทันทีพนักงานทุกคนต่างยืนต้อนรับด้วยสีหน้าแข็งขัน พวกเขาถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ต่างก็ก้มศีรษะทำความเคารพ พร้อมเอ่ยตะโกนเสียงดังว่า “ประธานจิ่งอรุณสวัสดิ์”ภายในห้องโถงต่างเงียบสงบทันที มีเพียงแต่เสียงฝีเท้าที่เดินมาจากที่ไกล ๆ อันโหรวถูกหลินจือเซี๋ยวดึงมาหลบด้านหลังอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะรับรู้ถึงเหงื่อเย็น ๆ ที่อยู่บนฝ่ามือของหลินจือเซี๋ยวผ่านไปแล้วห้าปี จากคุณชายจิ่งเปลี่ยนเป็นประธานจิ่ง ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ ดูมีความสุขุมขึ้นมากด้วยในขณะที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิด เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้านั้นหยุดเดิน จากนั้นเสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็เอ่ยออกมาว่า “หลินจือเซี๋ยว เอาข้อมูลลูกค้ามาให้ผมที”อันโหรวได้ยินเสียงสั่นเครือของเพื่อนสนิทของตนเอ่ยออกไปว่า “ได้ค่ะ ประธานจิ่ง ฉันจะรีบเอาไปให้ค่ะ”“เด