อึดอัดด้วย” อันโหรวร้องครวญครางออกมาจากลำคอ เธอขยับใบหน้าของเธอถูไปที่มือของเขาอย่างต่อเนื่องจิ่งเป่ยเฉินหันกลับไป ก่อนจะเดินไปยังปลายเรือยอร์ชส่วนตัวที่ติดอยู่ใกล้กับเรือใหญ่ลำนี้“ฉันทนไม่ไหวแล้ว” อันโหรวจับมือขวาของเขาไว้และเอามือซ้ายลูบไปมาที่ตัวของเธอเอง ร่างของเธอนั้นโน้มแนบชิดกับเขามากขึ้นเรื่อย ๆเสียงครวญครางที่มีเสน่ห์ช่างยั่วยวนใจเหลือเกิน“อันโหรว เดี๋ยวฉันเอาน้ำเย็นมาให้” จิ่งเป่ยเฉินก้มหน้าลง คิดหาทางที่จะหลุดจากเหตุการณ์นี้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ปากเรียวบางของเธอค่อยขยับ ๆ ขึ้น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน “จูบฉันที”จิ่งเป่ยเฉินก้มหน้ามองเธอ พร้อมเอามือไปจับที่คางของเธอและพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “เธอรู้ไหมว่าเธอกำลังพูดกับใคร?”ทันทีที่สิ้นเสียง เธอก็หัวเราะออกมา“จิ่งเป่ยเฉิน ฉันไม่ได้โง่นะ ที่เวลานี้จะคิดว่าเป็นโอวหยางลี่” อันโหรวหลับตาลงด้วยท่าทีที่หงุดหงิด วันนี้เป็นวันแต่งงานของเขา และเขาก็ได้แต่งงานกับคนอื่นไปแล้วพวกเธอเป็นคู่รักที่คบกันมาสิบปี เพียงแต่ว่าตอนนี้เจ้าสาวคนนั้นกลับไม่ใช่เธอเมื่อเห็นดวงตาที่ทุกข์ระทมของเธอ แววตาของจิ่งเป่ยเฉินก็เปล่งประกายอันตรายออกมา ก่อนจะสะบัดแขนเธอออกและพูดว่า “เธอเป็นคนก่อเรื่องขึ้นมาก็ต้องแก้ไขเอง”หลังจากพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นและเดินจากไปแต่ก่อนที่เขาจะก้าวออกจากประตูไป เขาก็ได้ยินเสียงโครมครามดังขึ้นจากด้านหลัง เขาจึงรีบหันกลับไปดู