ป่ยเฉินก้มหน้าลง คิดหาทางที่จะหลุดจากเหตุการณ์นี้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ปากเรียวบางของเธอค่อยขยับ ๆ ขึ้น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน “จูบฉันที”จิ่งเป่ยเฉินก้มหน้ามองเธอ พร้อมเอามือไปจับที่คางของเธอและพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “เธอรู้ไหมว่าเธอกำลังพูดกับใคร?”ทันทีที่สิ้นเสียง เธอก็หัวเราะออกมา“จิ่งเป่ยเฉิน ฉันไม่ได้โง่นะ ที่เวลานี้จะคิดว่าเป็นโอวหยางลี่” อันโหรวหลับตาลงด้วยท่าทีที่หงุดหงิด วันนี้เป็นวันแต่งงานของเขา และเขาก็ได้แต่งงานกับคนอื่นไปแล้วพวกเธอเป็นคู่รักที่คบกันมาสิบปี เพียงแต่ว่าตอนนี้เจ้าสาวคนนั้นกลับไม่ใช่เธอเมื่อเห็นดวงตาที่ทุกข์ระทมของเธอ แววตาของจิ่งเป่ยเฉินก็เปล่งประกายอันตรายออกมา ก่อนจะสะบัดแขนเธอออกและพูดว่า “เธอเป็นคนก่อเรื่องขึ้นมาก็ต้องแก้ไขเอง”หลังจากพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นและเดินจากไปแต่ก่อนที่เขาจะก้าวออกจากประตูไป เขาก็ได้ยินเสียงโครมครามดังขึ้นจากด้านหลัง เขาจึงรีบหันกลับไปดูทันทีร่างของอันโหรวล้มลงบนเตียง ใบหน้าของเธอแดงเถือกไปกว่าครึ่งความเจ็บปวดของเธอนั้นดึงสติกลับมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะโน้มตัวลงไปนอนบนเตียงอีกครั้ง เธอจับมือจิ่งเป่ยเฉินเอาไว้และถามอย่างสงสัย “นายบอกความจริงมาที ว่าฉันไม่มีความเป็นผู้หญิงเลยเหรอ?”ระหว่างที่เธอพูดนั้น กระโปรงของเธอที่ดูไม่เรียบร้อยก็เผยให้เห็นถึงผิวที่เนียนใสและน่าดึงดูด ใบหน้าแดงระเรื่อ ผมที่ยาวพาดไปถึงเอว บรรยากาศแสงไฟที่ส