กได้เหตุผลจริง ๆ ละก็ พอดีเห็นท่าทางน่าสังเวชของเธอแล้วมันอดช่วยไม่ได้”แม้ว่าเธอจะไม่ได้เห็นใบหน้าของเขาในตอนนี้ แต่เธอก็รู้ดีว่าเขาจะต้องกำลังยิ้มระรื่นอยู่แน่ ๆทั้งสองคนนั้นเป็นศัตรูกันมาโดยตลอด“หุบปากไปซะ ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมาฟังคำพูดและน้ำเสียงที่เย็นชาของนายหรอกนะ” อันโหรวพูดจบก็เตะเขาด้วยรองเท้าส้นสูงทันทีเมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มที่ฮึดฮัดไปมาก็ทำให้อารมณ์โกรธนั้นกลับมาเป็นปกติแต่ในวินาทีถัดมา ความร้อนที่อยู่ภายในร่างของเธอก็พุ่งขึ้นมาจากช่วงท้อง ส่งผลให้ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างไม่อาจจะควบคุมจิ่งเป่ยเฉินอุ้มเธอออกมาจากงานและพาขึ้นไปบนดาดฟ้าที่มีแสงจันทร์สาดส่องลงมา ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสีแดงระเรื่อของเธอ ความงดงามนั้นไม่อาจที่จะพรรณนาออกมาได้ตั้งแต่ได้รู้จักเธอมาจนถึงตอนนี้ เขาแทบไม่เคยเห็นเธอเป็นเหมือนนกน้อยมาก่อนเลย“จิ่งเป่ยเฉิน ฉัน ฉันร้อนจังเลย” อันโหรวเปลี่ยนสีหน้าไปจากเดิม เธอใช้สองมือของเธอกอดคอของเขาไว้แน่น ราวกับว่าไม่อยากแยกจากเขาไปไหนเมื่อพูดจบริมฝีปากแดง ๆ ของเธอนั้นก็เต็มไปด้วยความเสน่หาจิ่งเป่ยเฉินแตะไปที่หน้าผากของเธอเพื่อวัดอุณหภูมิ ก่อนที่จะหรี่ตาทั้งสองลง ราวกับว่าจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นมีคนวางยาเธอ แต่ก็ไม่ถึงกับชีวิต“ร้อนจัง อึดอัดด้วย” อันโหรวร้องครวญครางออกมาจากลำคอ เธอขยับใบหน้าของเธอถูไปที่มือของเขาอย่างต่อเนื่องจิ่งเป่ยเฉินหันกลับไป