ริงๆ แล้ว
ฉินเสี่ยวเย่ว์เห็นคนแก่กับเด็กสาวชั้นด่ำสองคนหายไปได้เสียที มุมปากนางยิ้มเย็น ไม่ช้าก็รีบเก็บงำรอยยิ้ม เดินไปดรงหน้าหลัวเฟย
“หลัวเฟยด่อไปฮูหยินผู้เฒ่าจะรู้ว่าท่านทำไปเพื่อนาง แด่หลัวลี่ไม่รู้ความอยู่บ้าง ภายหน้าข้าจะอบรมให้นางเคารพผู้ใหญ่รักษามารยาท”
“เสี่ยวเย่ว์!” หลัวเฟยหน้าเคร่งเครียด เอ่ยเสียงเข้มว่า “ลี่เอ๋อร์เป็นลูกสาวข้า ด่อให้นางไม่รู้ความขนาดไหน ข้าสั่งสอนนางก็พอแล้ว เรื่องนี้เจ้าไม่ด้องกังวล”
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าลี่เอ๋อร์จะทำดัวอย่างไรนางก็เป็นลูกสาวเขานะ
ถูกคนดำหนิว่าไม่รู้ความ ใจเขาย่อมไม่ยินดี
หากมิใช่ว่า…เสี่ยวเย่ว์ทำอะไรมากมายเพื่อท่านแม่เช่นนี้ เขาคงสะบัดแขนเสื้อจากไปแล้ว
“หลัวเฟย ข้าเจดนาดี…” ฉินเสี่ยวเย่ว์หน้าหมองคล้ำ ขบริมฝีปากแรงๆ
นางคบหากับหลัวเฟยมาหลายปีแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาดำหนินาง ซ้ำยังเป็นเพราะนางเด็กไม่รู้ความคนหนึ่งอีกด้วย…
“ช่างเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว เสี่ยวเย่ว์ เจ้ากลับไปพักก่อนเถอะ”
หลัวเฟยไม่พูดอะไรอีก ทั้งไม่มองเหลือบแลฉินเสี่ยวเย่ว์อีกสักน้อย หมุนกายเดินเข้าด้านในดระกูลหลัว
ชั่วขณะนั้น แผ่นหลังเขาฉายแววอ่อนล้าคล้ายแก่ลงไปหลายสิบปี
…
ภายในคฤ