งลงมา และยินยอมให้นางเป็นภรรยาหลัก
แต่ว่านางเป็นเพียงคนที่ไม่มีฐานะหรือภูมิหลังอะไรเลย
คนเช่นนี้จะสามารถนำพาความช่วยเหลือมาให้หนานเสียนได้อย่างไร?
“ซู่อี เจ้าก็รู้ว่าข้าคิดถึงเจ้ามาโดยตลอด หรือว่าเจ้าจะไม่เข้าใจ ใจของข้าจริงๆ?
ครั้งนี้เขาฉลาดไม่เอ่ยเรื่องเฟิงหรูชิงขึ้นมาอีก แต่กลับใช้แววตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หามองนาง
คิ้วซู่อีขมวดขึ้น
การฝึกอบรมมาหลายปีทำให้ซู่อีไม่ยินดีที่จะทำเรื่องที่ทำให้สภาพแวดล้อมแปดเปื้อน มิเช่นนั้นนางคงจะอาเจียนออกมาแล้ว
กดความรู้สึกคลื่นไส้เอาไว้ สายตานิ่งเรียบของซู่อีกกวาดมองใบหน้ามู่หลิง
“ใจของเจ้า? ในใจของเจ้าไม่ได้มีเพียงชิงเยียนหรือ?”
เคยเป็นเช่นนี้ ต่อมาก็เป็นเช่นนี้
สีหน้ามู่หลิงเปลี่ยนไป กำลังคิดจะโกรธเกรี้ยวเหมือนที่ผ่านมา ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็สะกดกั้นเอาไว้ ใช้น้ำเสียงที่ใกล้เคียงกับอ้อนวอนเอ่ยขึ้น
“ซู่อี เจ้าก็รู้หากข้าไม่รักเจ้าไม่มีทางสู่ขาเจ้าเป็นภรรยา อย่างไรเสียฐานะของเจ้าในตอนนั้นก็เป็นเพียงหญิงกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้น”
……….