ก!”
“ข้าเปล่านะ!” อันชุ่ยปฏิเสธเสียงขาดหาย “ไม่ใช่ข้า ข้ามิได้ผลักท่าน เมื่อครู่มีคนผลักท่าน ข้าแค่ช่วยดึงท่านไว้เท่านั้น ข้ารู้ว่าท่านไม่ชอบข้ามาตั้งแต่เล็กๆ คราวนี้ก็เป็นข้าที่พยายามตื้อจะมากับท่านให้ได้ แต่ทำไมท่านต้องทำกับข้าเช่นนี้ เพราะอะไร” น้ำเสียงนางแตกพร่า น้ำตาไหลพรากไม่หยุด ใบหน้านวลยิ่งซีดขาว แววตาอัดแน่นด้วยความผิดหวังและน้อยเนื้อต่ำใจ
“หากท่านไม่ชอบข้า ข้าจะไป จะไปจากตรงนี้ไม่อยู่ให้เกะกะขวางตาท่านอีก!”
อันชุ่ยลุกขึ้นจากพื้น สะบัดชายเสื้อสีหน้าและดวงตาแน่วแน่
“อีกอย่างกู้อีอี ท่านคิดให้ดีเถอะ หลายปีมานี้มีครั้งไหนบ้างที่ไม่ใช่ท่านรังแกข้า ทุกครั้งท่านแม่ข้าบอกให้ข้ายอมท่าน ข้าก็ยอมให้ท่านทุกครั้งไป แต่มาจนถึงวันนี้…ท่านยังทำตัวอันธพาลเยี่ยงนี้”
กู้อีอีแววตาฉงน หรือว่า…นางปรักปรำอันชุ่ยจริงๆ แล้ว
คนที่ผลักนางคือคนอื่นหรือ
ครั้นเห็นว่าคนที่มามุงดูยิ่งมากขึ้นทุกที ซ้ำยังชี้นิ้วใส่นาง กู้อีอีที่ไม่เคยได้รับความกดดันยามอยู่ในจวนเทียนเสินย่อมระเบิดอารมณ์ออกมา
“เจ้าบอกว่ามีคนผลักข้า แล้วเจ้าคนนั้นเล่า หากเจ้าจงใจแต่งเรื่องหลอกข้า รอให้ข้ากลับไปฟ้องท่านพ่อ ให้ท่านพ่อ