เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ “วันนี้เจ้าเป็นอะไรไป”
“ไม่มีอะไร” หนานเสียนหลุบตาลง มุมปากเขาอมยิ้ม ในดวงตามีความอ่อนโยนไม่จางหาย “ข้าไม่มีทางยอมให้ใครพาเจ้าไปอย่างเด็ดขาด”
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น!
“แม่เจ้า…ความจริงนิสัยคล้ายเจ้ามาก” เฟิงหรูชิงหัวเราะ “เพราะฉะนั้นข้าถึงจับได้ง่ายๆ จริงสิ ตระกูลมู่นั่น…มันคือเรื่องอะไรกันแน่”
มือของหนานเสียนที่กำลังลูบหัวเฟิงหรูชิงแข็งค้าง แววตาเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา ความเย็นยะเยือกปกคลุมใบหน้ารูปงาม
“ชิงเอ๋อร์วันหน้าเจ้าต้องจำไว้ ข้ามีแต่แม่ ไม่มีพ่อก็พอแล้ว ต่อให้พบเขา ก็ไม่ต้องไว้หน้า”
เฟิงหรูชิงหรี่ตาลง “ตระกูลมู่ทำร้ายซู่อีหรือ”
“อืม” หนานเสียนสีหน้าเย็นชาเสียจนน่ากลัวอยู่บ้าง “เขารักอนุแล้วยังยอมปล่อยมือจากแม่ข้า ถึงขั้นทำร้ายแม่ข้าครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อผู้หญิงคนนั้น”
การทำร้ายบางอย่างเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ชั่วชีวิตก็มิอาจอภัยได้
เฟิงหรูชิงสงบลง นางกำมือแน่น พลันหัวเราะเสียงเย็นออกมา
“คนแบบนั้น ไม่มีคุณสมบัติเป็นพ่อของเจ้า และไม่มีคุณสมบัติครอบครองซู่อีด้วย!”
เพียงประโยคเรียบง่ายประโยคเดียว เฟิงหรูชิงก็เข้าใจแล้วว่า ซู่อีได้รับความเจ็บปวดมากมายแค่ไหนตอนอยู่ในตระกูลมู่
ค