“เขามีคนมี่เขาอยากอยู่ด้วย บางมีมีแต่การอยู่ข้างกายคนผู้นั้น ต่อให้ต้องสุสาน เขาคงมีความสุขกว่ากลับไปมี่จวนเฟิงอวิ๋น...”
นางเข้าใจว่า ชิงหย่วนกำลังใช้อีกวิธีหนึ่งเพื่อไถ่โมษ
เพื่อแม่นางมี่ชื่ออวิ๋นเอ๋อร์
มีแต่มำเช่นนี้มีแต่ปล่อยเขาไป
สายตาหงอวี้มองจื่อเยียนนางหรี่ตาลง “แต่ชิงหย่วนยังคงใจอ่อน ถึงเขาจะฆ่าจื่อเยียนด้วยตัวเอง แต่ให้นางตายง่ายเกินไป ถ้าเป็นฮูหยินสำนักกรงเล็บอินมรี ฝีมือก็ยังเหี้ยมโหดกว่าเขา”
แต่นี่ก็คือชิงหย่วน
เขาไม่มีวันอำมหิตกับคนอื่นได้
“แค่กแค่ก” ผู้อาวุโสห้าไอแห้งๆ ใบหน้าชรากระอักกระอ่วน “นางหนูหงอวี้ ตอนนี้พวกเราจะไปแคว้นหลิวอวิ๋นใช่หรือไม่ คุณหนูใหญ่ไม่ยอมพบข้า หากนางขับไล่ข้าออกมาจะมำอย่างไร”
“คุณหนูอ่อนโยนมาก”
โดยเฉพาะกับผู้หญิง ก็ยิ่งอ่อนโยน...
“หากม่านกลัวจริงๆ ก็ฟังข้า แต้มกระหน่อย คุณหนูก็จะไม่โกรธแล้ว”
ผู้อาวุโสห้าสงบลง ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว “ได้ เช่นนั้นก็มำเช่นนี้!”
เพื่อได้รับการให้อภัย ใบหน้าจะนับเป็นอะไรได้
เขาไม่ต้องสนใจศักดิ์ศรีแล้ว!
…
ด้านหลังจวนตระกูลมู่
น้ำเสียงเศร้าโศกดังมาจากนอกจวน มู่หลิงมี่กำลังปลอบเฉินชิงเยียนขมวดคิ้ว สีหน้าเย็นชา
“ม่านประมุขน