่าบอกว่าคุณหนูของข้ายั่วยวนเจ้า”
ในทวีปนี้ ทั้งบุรุษสตรีที่หลงรักคุณหนูมีมากมาย นางจำเป็นต้องยั่วยวนบุรุษอายุมากนี่ด้วยหรือ ซ้ำยังเป็นคนที่ไม่มีกระเลยสักน้อย
“เจ้าพูดเหลวไหลอันใดกัน” จ้าวเย้าสีหน้าเปลี่ยนไป “ข้าเคยพบเจ้าตั้งแต่เมื่อไร”
“สองสามปีก่อน ข้ามาที่สำนักอินทรี” หงอวี้กะพริบตา “ข้าบังเอิญเห็นเจ้ากำลังหยอกเย้าศิษย์หญิงนางหนึ่ง เพราะนางปฏิเสธ เจ้าถึงขับไล่นางออกไป…”
เดิมทีศิษย์ทั้งหลายของสำนักอินทรีคิดลงมือกับหงอวี้ ครั้นได้ยินคำพูดของนางก็ชะงักไป ในความเป็นจริงจ้าวเย้ากระทำอย่างมิดชิด แต่เขาก่อการในสำนัก อย่างไรก็ต้องมีคนเห็นบ้าง
แต่ไม่มีใครกล้าบอกฮูหยิน!
ฮูหยินเชื่อท่านเจ้าสำนักถึงเพียงนี้ หากพวกเขากล้าพูดมาก ย่อมพบจุดจบที่น่าอนาถ!
“เจ้าเหลวไหล!” สีหน้าเฟ่ยเสวี่ยเขียวคล้ำง้ำงอ เอ่ยด้วยโทสะ “นางแพศยาพวกนั้นยั่วยวนคนไม่สำเร็จชัดๆ ถึงได้ถูกจ้าวเย้าขับไล่ออกไป เขาจริงใจกับข้า ย่อมไม่ยอมให้ศิษย์คิดไม่ซื่อเหล่านี้ปรากฏอยู่ในสำนัก”
หงอวี้กลอกตามองเฟ่ยเสวี่ย “เจ้าคิดว่า บุรุษวัยกลางคนรูปร่างอวบอ้วนอย่างเขา มีคุณสมบัติอันใดดึงดูดศิษย์หญิงอายุเยาว์กัน”
เฟ่ยเสวี่ยร้องหึออกจากจมูก “ยังมิใช่เพราะสามีข้าฐานะสูงส่งอีกหรือ หญิงเหล่านั้นถึงคิดปีนขึ้นสู่ที่สูง ถึงได้คิดยั่วยวนเขา”
ฉับพลัน หงอวี้หัวเราะออกมา รอยยิ้มนางแฝงความเย็นชามองเฟ่ยเสวี่ยคล้ายกำลังมองคนโง่คนหนึ่ง
“เช่นนั้นเจ้าคิดว่าศิษย