จริงสิ เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
“ข้า ข้า…” หันเฟิงสั่นพูดอธิบายกับซู่อีไม่ออก
ซู่อีมองไปยังทิศที่หันเฟิงจากมาแล้วก็เข้าใจบางอย่าง “เจ้ามาหาชิงเอ๋อร์?”
“เอ๋ ท่านลุงขาพิการผู้นี้มาหาท่านแม่หรือ?” ชิงหานยื่นศีรษะเล็กๆ ออกมา ตากลมโตน่ารักเป็นประกาย
“เสี่ยวชิงหานเด็กดี อีกเดี๋ยวเจ้าหลับตาลงนะ ท่านย่ากับท่านลุงขาพิการผู้นี้มีเรื่องบางอย่างต้องทำ” ซู่อียิ้มพลางลูบศีรษะเล็กๆ ของชิงหานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อ้อ ได้” ชิงหานหลับตาลงอย่างว่าง่ายยืนอยู่ด้านหลังซู่อีไม่ขยับไปไหน
ซู่อีหันไปมองหันเฟิงอีกครั้ง รอยยิ้มนัยน์ตานางเลือนหายไปกลายเป็นหนาวเหน็บ ทว่าสีหน้ากลับเรียบนิ่งยกมือขึ้นโบก พลังวิเศษนับไม่ถ้วนรวมกันเป็นใบมีดเชือดเฉือนร่างกายของหันเฟิง หันเฟิงกัดฟันทนรับใบมีดทั้งหมดโดยไม่ร้องออกมาแม้แต่น้อย เพราะเขาเข้าใจดี ยิ่งเขาต่อต้านมากเท่าไรจุดจบก็ยิ่งอนาถมากเท่านั้น เลือดสดๆ ไหลออกจากผิวหนังเสื้อผ้าขาดวิ่น มองดูแล้วช่างน่าอนาถสงสาร
“เจ้าไปซะ ครั้งหน้าหากให้ข้าเห็นเจ้าทีแคว้นหลิวอวิ๋นอีก...” ซู่อียิ้มบาง “จะไม่ง่ายเช่นนี้แล้ว”
หันเฟิงก้มหน้าลงทำความเคารพ “ขอบคุณฮูหยินนายท่านรองมีเมตตา”
เขาถูกทำร้ายมา