ิดคิดดูแล้วซู่อีก็ก้าวเท้าไปด้านหน้าช้าๆ ใบหน้าสง่างามของนางแย้มยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยถาม
“ขอถาม…”
“ไสหัวไป ไม่เห็นว่าข้าอารมณ์ไม่ดีหรือ เจ้ามาขวางทางทำไม?”
อารมณ์ของจื่อเยียนไม่ดีเอามากๆ
หลังจากความสามารถของชิงหย่วนถดถอยนางก็ไม่อยากอยู่เคียงข้างชิงหย่วนอีก ทว่าในตอนนี้นางยังหาคนอื่นที่สามารถแทนชิงหย่วนพบ จึงได้แต่อดทนติดตามเขา
แต่พอคิดว่าตัวเองละทิ้งน่าหลานจิ้งเลือกชิงหย่วนนางก็ยิ่งอึดอัด อดที่จะโกรธแค้นไม่ได้
ซู่อีนิ่งไปสักพัก การฝึกมาเป็นอย่างดีทำให้นางไม่ได้อารมณ์เสียแต่อย่างใด แล้วยิ่งเป็นนางที่ต้องการขอความช่วยเหลือผู้อื่นจริงๆ ย่อมอดทนเอ่ยถามต่อ
“ข้าอยากถามว่าไปแคว้นหลิวอวิ๋นต้องเดินไปทางไหน?”
แคว้นหลิวอวิ๋นไม่กี่คำนี้ราวกับเข็มแทงไปที่ใจจื่อเยียนเต็มแรง
“เจ้าจะไปแคว้นหลิวอวิ๋น?”
ซู่อียิ้มบางเอ่ยถาม “แม่นางรู้หรือไม่ว่าจะไปแคว้นหลิวอวิ๋นได้อย่างไร?”
จื่อเยียนมองซู่อีสักพักสุดท้ายก็เอ่ยตอบ “จากตรงหน้าเจ้าเดินตรงไปก็จะเป็นเขตชายแดนของแคว้นหลิวอวิ๋น เจ้าถึงชายแดนแคว้นหลิวอวิ๋นแล้วค่อยถามคนดูก็ได้แล้ว แต่ทว่า แคว้นหลิวอวิ๋นนั่นไม่ใช่ที่ที่ดีอะไรหรอก”
ในตอนที่เอ่ยประโยคสุดท้ายมุมปากของจื่อเ