ิบปีแล้ว
เวลาสิบกว่าปีนั้นไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้บนหน้าของผู้หญิงคนนี้เลย
น่าหลานเยียนยังดูอ่อนเยาว์ เพียงแต่ผอมลงไปนิดหน่อย แต่ยังงามเหมือนเดิมราวกับกาลเวลาไม่สามารถทำอะไรนางได้
มือของหลิวหรงลูบไล้ไปยังรอยเหี่ยวย่นของตนเอง ภายในใจเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม
นางแก่ลงแล้ว! ไม่หลงเหลือเค้าเดิมความงามในอดีต กลับกัน น่าหลานเยียนยังคงงดงามเหมือนเดิม ไม่แปลกใจ…ที่กู้เจิ้นหยางกับเฟิงเทียนอวี้จึงไม่อาจลืมเลือนได้!
จนถึงท้ายที่สุด หลิวหรงถึงเริ่มรู้สึกเสียใจ!
นางเสียใจที่เป็นศัตรูกับน่าหลานเยียน ทำร้ายทั้งสกุลหลิว และทำร้ายตัวเอง!
“น่าหลานเยียน ข้าแพ้แล้ว…” หลิวหรงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา หัวเราะไปหัวเราะมา น้ำตาของนางก็ไหลลงมา เต็มไปด้วยความขมขื่นและเศร้าใจ
น่าหลานเยียนไม่ได้พูดอะไร มองหลิวหรงอย่างเงียบๆ
“หากชาติหน้ามีจริง…” ดวงตาของหลิวหรงเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “ข้าจะไม่ขอสู้กับเจ้าอีก ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ข้าไม่อยากจะสู้กับเจ้าต่อไปแล้ว”
น่าหลานเยียนก้าวมาข้างหน้า หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของหลิวหรง
นางมองเหยียดลง แววตานั้นกลับไม่แยแสอย่างชัดเจน
“เจ้าคิดผิดแล้ว หลิวหรง ข้าไม่เคยสู้กับเจ้า เพราะว่าเจ้า…ไม่คู่ควรกับการที่ข้าจะเปลืองแรงลงไปสู้ด้วย”
ริมฝีปากของหลิวหรงสั่นเทาเล็กน้อย พูดไม่ออกสักประโยค
ช่างน่าขัน…
นางเห็นน่าหลานเยียนเป็นศัตรูชั่วชีวิต แต่น่าหลานเยียนกลับบอกว่าไม่เคยคิดจะสู้กับนางมาก่อนทั้ง