ะกูลถังไม่มีคนชื่อน่าหลานเยียนอย่างนั้นหรือ”
“ตระกูลถังไม่มีคนชื่อน่าหลานเยียนจริงๆ” ถังซานหน้าตาโศกเศร้า จู่ๆ เขาฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ จึงตอบขึ้นอีกว่า “จริงสิ ข้าคิดออกแล้ว ข้าเคยได้ยินท่านผู้เฒ่าถังอู่คุยกับท่านเจ้าบ้าน”
กู้เจิ้นหยางสีหน้าเคร่งขรึม “พูดว่าอะไร”
“เมื่อสิบปีก่อน ท่านเจ้าบ้านพาสตรีนางหนึ่งกลับมาชื่อว่าหรงเยียน เขาคิดแต่งงานกับนาง แต่ท่านผู้เฒ่าทั้งสี่ของตระกูลถังไม่ยินยอม เห็นว่าสตรีนางนี้มีที่มาไม่แน่ชัด ซ้ำยังคลุ่มคลั่ง ท่านเจ้าบ้านบอกกับท่านผู้เฒ่าทั้งสี่ว่า สามีและลูกของนางถูกคนฆ่า ทำให้นางเสียสติ ทั้งยังสูญเสียความทรงจำอีก จำได้เพียงแค่ลูกสองคนของตน กระทั่งตัวเองเป็นใครยังจำไม่ได้
ครั้นรู้สึกว่าบรรยากาศอึมครึมมากขึ้นทุกที ถังซานแทบพูดไม่ออกอีกแต่เขายังฝืนเล่าต่อไป
“สุดท้ายหรงเยียนไม่ยอมแต่งกับเจ้าบ้าน เขาจึงจัดการส่งนางไปพักอยู่หลังเขาเนื่องจากเรื่องเกี่ยวพัวถึงชื่อเสียงของตระกูลถัง นอกจากเหล่าผู้เฒ่าแล้ว ไม่มีใครรู้ถึงการดำรงอยู่ของนาง ข้าเพียงแอบได้ฟังมาเท่านั้น”
กู้เจิ้นหยางกำหมัดแน่น ซัดใส่หน้าอกถังซาน
ถังซานกระเด็กออกไปในบัดดล กระอักเลือดออกมาไม่หยุดเขาสีหน้าซีดเผือด แววตาหวาดกลัวมองก็เจิ้นหยางที่ตกอยู่ในอารมณ์เดือดดาล
“ลากมันออกไป โบกให้ตาย!” เขาสะบัดชายเสื้อ สั่งการด้วยสีหน้าเดือดดาล
ถังซานลนลานแล้ว เขาคว้าประตูเอาไว้แน่น “ไม่ คุณชายเจิ้นหยาง ขอร้องล่ะป