ก็เขียวคล้ำ โกรธจนอกแทบแตกใบหน้าบิดเบี้ยว
“ฮูหยินเฒ่า” เว่ยผิ่นเหยายิ้มเสียดสี “ท่านอย่าพูดมากความดีกว่า เว่ยเมิ่งเจี๋ยกับเว่ยเสียงเกือบจะทรยศแคว้น และทหารอารักขาตระกูลเว่ยของข้าล้วนจริงใจ ท่านคิดว่าพวกเขาจะไปปกป้องคนเช่นนั้นหรือ? หากท่านยังพูดมากความเกรงว่าแม้แต่ท่านพวกเขาก็ไม่อยากปกป้องแล้ว”
สุดท้ายแล้วเมื่อครู่เจ้าก็ทรยศแคว้นเช่นกัน…
ใจฮูหยินเฒ่าหยุดเต้น ครั้งนี้ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรอีกแล้ว ทว่าสายตานางที่มองเว่ยผิ่นเหยาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
หากครั้งนี้พวกเขาล้วนสามารถมีชีวิตรอดไปได้ กลับไปถึงตระกูลเว่ยเมื่อไรนางจะให้ฝ่างเอ๋อร์สั่งสอนนังคนน่ารังเกียจไม่รู้จักความเป็นความตายนี่อย่างหนัก!
…
หลิวเฝ่ยฟาดดาบเข้าที่แขนของฉินอี๋เลือดสาดกระเด็นย้อมพื้นแดงเถือก
สีหน้านางสงบนิ่งเฉกเช่นเดิม นัยน์ตาดำสนิทไม่ไหวติงราวกับไม่มีอารมณ์อื่นใด
ทว่าแขนของนางยังกอดไต้เอ๋อร์ไว้แน่นแววตาแน่วแน่
“ท่านแม่ ท่านว่าท่านพี่จะกลับมาหรือไม่?” ไต้เอ๋อร์ที่ลืมตาโตเป็นประกายจู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้น
ใจฉินอี๋สั่น นางไม่ต้องการให้เฟิงหรูชิงกลับมาในเวลานี้ แต่ต่อหน้าแววตาประกายของไต้เอ๋อร์นางจำต้องพยักหน้าในที่สุด
“นางจะกลับมา”
ไม่ช้าก็เร็วก็กลับมา แต่ไม่มีทางเป็นตอนนี้
“ดีจริง” ไต้เอ๋อร์แย้มยิ้ม บนใบหน้านางเปรอะเปื้อนด้วยเลือดแต่กลับยังคงน่ารักน่าชัง “เช่นนั้นอีกเดี๋ยวท่านพี่ก็จะทำให้พวกเขาลงไปข้างล่างขอโทษพวกเรา ข้าจะรอ