รงเยียนจึงจะได้สติกลับมา หน้าขาวซีดของนางปรากฏรอยยิ้มขึ้น
“ไม่เป็นไร ข้าเพียงแค่มีร่างกายไม่สู้ดีนักไม่กี่วันก็ดีขึ้นเอง หากเจ้าต้องการหญ้าวิเศษระดับห้าละก็…ข้ามี ข้าจะนำไปให้นางได้หรือไม่?”
ความจริงแล้วหรงเยียนเองก็ไม่เข้าใจ เหตุใดนางต้องนำหญ้าวิเศษระดับห้าออกมาด้วย
แต่นางรู้ดีว่า หากนางไม่นำออกมานางจะต้องเสียใจแน่!
ถังลั่วเห็นนัยน์ตาที่แฝงด้วยคาดหวังของหรงเยียน นัยน์ตาของเขาก็ฉายแล้วประหลาดใจ
เยียนเอ๋อร์ไม่ชอบคนนอกมาตลอด แม้แต่อวี้เอ๋อร์ก็ยังใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะทำให้นางไม่ต่อต้านได้เหตุใดนางกลับพูดว่าต้องการพบแม่นางผู้นั้น?
ถังลั่วนึกย้อนถึงใบหน้าที่คล้ายหรงเยียนอยู่หลายส่วนนั้นนัยน์ตาก็มืดดำลงเล็กน้อย หันกลับไปใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้น “เยียนเอ๋อร์ ตอนนี้เจ้าป่วยสามารถนำไปติดคนอื่นได้ง่าย เจ้าก็ไม่อยากให้คนอื่นติดไปด้วยใช่หรือไม่?”
หรงเยียนชะงักก้มหน้าลงด้วยความหดหู่
นางไม่อยาก…ไม่อยากนำไข้ไปติดแม่นางผู้นั้น
“อีกอย่าง ตอนนี้นางก็อยู่ตระกูลถังนี่ไม่ได้ไปไหน รออาการป่วยของเจ้าหายดีแล้วข้าจะให้เจ้าไปพบนางดีหรือไม่?”
ตาหรงเยียนเป็นประกายแย้มยิ้มงดงาม “ดี”
วินาทีนั้นหรงเยียนไม่เห็นในตอนที่ถังลั่วหลับตาลงปกปิดความเย็นชาในแววตา
“หญ้าวิเศษระดับห้าเจ้าเอาไปเถอะ”
หรงเยียนนำหญ้าวิเศษห้าแฉกหนึ่งอันออกมาจากในถุงเก็บของ วางลงในมือถังลั่ว
ถังลั่วมองดูหญ้าวิเศษระดับห้าในมือด้วยใจที่สับสนวุ่น