วงอนันตสูญญตากว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก ต่อให้เป็นโลกเทพยุทธหากอยากจะสำรวจห้วงอนันตสูญญตาที่ถูกแช่แข็งก็ต้องใช้เวลาเนิ่นนาน บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่ยามคลื่นเหมันต์นิรันดรมาเยือนแต่ละหนมักจะแช่แข็งมิติอยู่หลายพันปีจนถึงนับหมื่นปี
เจียงฉางเชิงชี้แนะมู่หลิงลั่วหลอมโอสถเสร็จก็เริ่มถอดจิตท่องนอกพิภพสอดส่องความเป็นไปของห้วงอนันตสูญญตา บนทุ่งราบอันรกร้างแห่งหนึ่ง เงาร่างแล้วร่างเล่ายืนอยู่บนหน้าผา พวกเขาทอดสายตามองเมฆดำทะมึนที่ซ้อนเป็นชั้นๆ ตรงขอบฟ้า เสาแสงตนหนึ่งพุ่งทะลุชั้นเมฆก่อนจะโปรยปรายลงบนผืนดิน ท่ามกลางแสงรัศมีอันศักดิ์สิทธิ์นั้นมีร่างหนึ่งลอยอยู่ด้านใน เมื่อขยับเข้าไปมองใกล้ๆ จะเห็นว่ารอบกายเขามีวายุเคลื่อนวนล้อม ประกายดาวเล็กจิ๋วนับไม่ถ้วนที่สอดแทรกอยู่ด้านในค่อยๆ แทรกเข้าไปในร่างเขาอย่างต่อเนื่อง ผู้ฝึกยุทธบนหน้าผาตัดชั้นแต่ละคนล้วนมีพลังแก่กล้า ผู้ที่เป็นหัวหน้าก็คืออัครเทพยุทธคนหนึ่ง เขามีร่างกายกำยำ มือขวาไพล่อยู่หลังบันเอว มือซ้ายลูบหนวดเครา อาภรณ์สีดำสะบัดตามสายลม
เขาถูกเรียกขานว่าเทพยุทธถู มิใช่หมายถึงเทพยุทธแห่งการเข่นฆ่าสังหาร แตเพราะเขาแซ่ถู อัครเทพยุทธทั้งสิบแปดคนล้วนใช้แซ่เรียกขานกัน
“ไทซังคุนหลุนมิเสียที่ที่เป็นยอดอัจฉริยะที่โลกเทพยุทธให้ความสำคัญที่สุด”
ระดับขั้นเพียงเท่านี้ก็ควบคุมพลังแห่งเทพยุทธได้แล้ว ข่มขวัญยิ่งนัก ว่าหนทางข้างหน้าคงไร้ขีดจำกัด
เขาครอบครองพลังเทพยุท