ธได้ราบรื่นเช่นนี้ไม่แน่หลังจากนี้อาจกลายเป็นเทวะแห่งโลกเทพยุทธก็ได้
“นั่นสิวิถียุทธจงเจริญ ถึงเวลาสมควรกำจัดพวกผิดแผกพวกนั้นแล้ว”
“จะว่าไปแล้วช่วงนี้โลกเทพยุทธกำจัดพวกผิดแผกได้ไม่ราบรื่นเท่าไร มียอดฝีมือตายไปไม่น้อย”
เทพยุทธถูฟังคนรอบข้างสนทนากันแต่ไม่เอ่ยคำใดตอบ สายตาของเขาจับจองอยู่ที่ไทซังคุนหลุนผู้อยู่ไกลๆ ไทซังคุนหลุนผู้อยู่กลางลำแสงถูกอาบไล้ด้วยแสงเจิดจ้า
เขาปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้าใบหน้ามีสีหน้าสงบนิ่ง เขายกมือขวาขึ้นแล้วพึมพำเสียงเบาว่า “นี่นะหรือพลังแห่งเทพยุทธช่างแข็งแกร่งเสียจริง มิน่าเล่าจึงถูกเรียกขานว่าพลังยุทธของทวยเทพ”
ดวงตาของเขาทอประกายเย็นยะเยือกน่าสะพรึง นั่นคือแววตายามความปรารถนาจะต่อสู้ลุกโชน ห้วงเวลานี้ไทซังคุนหลุนนึกถึงมรรคาจารย์เป็นคนแรก!
มรรคาจารย์สังหารเจ็ดสิบสองท้าเทวะของเขา แค่นี้มิอาจไม่ชำระ แต่จนปัญญาที่โลกเทพยุทธห้ามปรามเขาไว้มาตลอดเพราะคิดว่าเขามิใช่คู่ต่อสู้ของมรรคาจารย์ ยามนี้เขาครอบครองพลังแห่งเทพยุทธแล้วจะไม่มีผู้ใดขวางเขาได้อีกต่อไป!
ขณะที่ไทซังคุนหลุนกำลังคิดเรื่องนี้ เทพยุทธถูก็ปรากฏกายออกมาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า เขายืนอยู่นอกลำแสงเจิดจ้า สายตากวาดสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ไม่เลว เจ้าในตอนนี้น่าจะสยบขั้นเบิกเนตรอัครยุทธทั้งปวงได้แล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าอดรนทนไม่ไหวอยากออกไปแล้ว แต่โลกเทพยุทธยังมีภารกิจอื่นที่ต้องให้เจ้าไปจัดการ”
เทพยุทธถูกลิ้