เจายุทธวิบัติฝืนระงับความตื่นเต้นภายในใจพลางสังเกตสถานการณ์ในโลกคุนหลุนต่อไป เขาหาได้รีบร้อนลงมือเพราะต้องการสำรวจสถานการณ์ของพิภพแห่งนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน พิภพที่สามารถต้านทานคลื่นเหมันต์นิรันดร์ได้นั้นย่อมต้องมีพลังวิเศษคุ้มครองอยู่เป็นแน่ ทว่าการรับรู้ของเจายุทธวิบัติกลับไม่พบกลิ่นอายที่เป็นภัยต่อเขาแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่อาจประมาท เพราะการไม่รับรู้ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่อยู่จริง บางทีผู้แข็งแกร่งของโลกแห่งนี้อาจมีค่ายกลพิเศษที่สามารถซ่อนกลิ่นอายของตนเองได้ ภายในตำหนักเมฆาม่วง เจียงฉางเชิงมองท่าทางลับๆ ล่อๆ ของเจายุทธวิบัติก็ยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย
ดวงจิตของเขาได้ตรวจสอบแล้วว่าบริเวณห้วงสุญญตาโดยรอบนอกจากเจายุทธวิบัติแล้วนั้นก็ไม่มีผู้ใดอีก หมายความว่าเจายุทธวิบัติมาเพียงลำพัง
“คราก่อนปล่อยเจ้าหนีไปได้ แต่ครั้งนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าหนีไปได้อีก”
เจียงฉางเชิงคิดในใจ ทันใดนั้นเขาก็เห็นเส้นกรรมบนร่างกายของเจายุทธวิบัติเชื่อมโยงกับโลกคุนหลุน ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาจึงตามรอยเส้นกรรมนี้ไปและพบว่าปลายทางอีกฝั่งคือซีหมิงหวังที่ถูกควบคุมด้วยคำสาปบีบรัดเกล้า ซีหมิงหวังรู้จักกับเจายุทธวิบัติอย่างนั้นหรือ
ซีหมิงหวังเข้ามาอยู่ในโลกคุนหลุนได้สักระยะแล้ว แม้จะยอมก้มหัวให้แต่ก็ยังไม่ได้เข้าสู่มหาพิภพจิตจรเสียที อย่างไรผู้เป็นอัจฉริยะนิรันดรกาลก็หาได้เหมือนกับหลิวเสินโจวเสียทุกคน แม้ซีหมิ