หลังจากดูดซับมหาพิภพโบราณได้สำเร็จ กลิ่นอายของบุรุษอาภรณ์สีครามก็พุ่งทะยานจนเกินหยั่งถึง แม้จะอยู่ห่างไกลออกไปเจียงฉางเชิงในตำหนักเมฆาม่วงก็ยังสัมผัสได้ แม้จะไม่ถึงระดับเดียวกับคลื่นเหมันต์นิรันดร์ในอดีตกาล แต่ก็ยังทำให้เขาต้องหวั่นเกรง
บุรุษอาภรณ์สีครามในสภาวะเช่นนี้หากเจียงฉางเชิงไม่ลงมืออย่างเต็มกำลัง ก็เกรงว่าจะสังหารอีกฝ่ายได้ยากยิ่ง เหล่ายอดฝีมือจากโลกเทพยุทธสัมผัสได้ชัดเจนยิ่งกว่า ต่างรีบถอยห่างไม่กล้าเข้าใกล้แม้แต่น้อย
บุรุษอาภรณ์สีครามชูฝ่ามือเก็บโพรงสีดำกลางอกเอาไว้ จากนั้นตบหน้าผากตนเองเบาๆ พลันปรากฏอักขระดำทะมึนพวยพุ่งจากทั่วร่างแผ่กระจายเต็มท้องฟ้า ในมิติอันเยือกแข็งอักขระเหล่านั้นแผ่ขยายดังใยแมงมุม ขณะเดียวกันก็เหมือนโซ่ตรวนที่ปิดผนึกห้วงสุญญตาเอาไว้
เบิกเนตรอัครยุทธผู้นั้นตื่นตระหนกยิ่ง รีบรายเคล็ดวิชาสองมือซัดออกเป็นโลกหนึ่งใบ ภายในปรากฏภูเขาไฟนับพันลูกพลุ่งพล่านดังขุมนรกขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว อยากจะทะลวงใส่พันธนาการอักขระสีดำนั้น แต่พอโลกแห่งเพลิงสัมผัสกับอักขระสีดำเพียงชั่วพริบตาก็แตกราวกลายเป็นฝุ่นละออง บุรุษอาภรณ์สีครามกำหมัดแน่น อักขระสีดำทั่วห้วงสุญญตาเริ่มบีบอัดอย่างรวดเร็ว อักขระที่เคยแผ่ราบกลับลอยตัวขึ้นเป็นรูปทรงสามมิติคล้ายกับกระโดดออกมาจากกระดาษล้อมรอบผู้คนจากโลกเทพยุทธไว้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เมื่อควบแน่นกลายเป็นทรงกลมสีดำสนิท กลิ่นอายของเหล่าผู้แข็งแกร