้งเอ๋อร์ ระวัง!” น่าหลานฉางเฉียนตกใจหน้าถอดสี เขารีบตรงเข้าไป
แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปได้ไม่กี่ก้าว ด้านหลังก็ปรากฏคนหลายคนตามมาด้วย น่าหลานฉางเฉียนขวางพวกเขาไว้
“ท่านแม่ทัพน่าหลาน นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างองค์ชายของพวกข้ากับลูกชายของท่าน หากพวกท่านเข้าไปก้าวก่าย จะไม่เป็นการเล่นหมาหมู่หรอกหรือ แบบนี้จะทำให้คนเขาครหาได้นะ” ชายสูงวัยแสยะยิ้ม พูดเหน็บแนม
ในระหว่างที่พูด พลังของชายสูงวัยทั้งสามก็แผ่ซ่านออกมา พลังมีอานุภาพราวกับมีภูเขายักษ์ใหญ่กดทับศีรษะของทุกคนไว้
ผู้มีฌานระดับหลิงอู่!
ชายสูงวัยทั้งสามเป็นผู้มีฌานระดับหลิงอู่หรือนี่!
เกิดอะไรขึ้นกับแคว้นหลงอ้าวหรือนี่ ถึงได้มีผู้มีฌานระดับหลิงอู่มากมายขนาดนี้ มิน่าล่ะเสิ่นเยว่ถึงกล้าทำตัวสามหาวในแคว้นหลิวอวิ๋น ที่แท้เพราะมีพรรคพวกนี่เอง!
เฟิงเทียนอวี้นั่งไม่ติดแล้ว เขารีบเดินลงจากพลับพลา
ขณะเดียวกันพวกองครักษ์ได้ชักกระบี่ออกมาแล้วชี้ไปที่ผู้มีฌานระดับหลิงอู่สามคนนั้น
“ฝ่าบาท!” หลินกงกงย่ำเท้าอย่างกระวนกระวาย
องค์หญิงเคยบอกไว้ว่าฝ่าบาทจะใช้พลังวิเศษอีกไม่ได้ มิฉะนั้น…จะทำให้อาการทรุดหนักลงอีก ทนอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งปี!
ในเวลานั้นเอง หมัดของเสิ่นเยว่ก็ชกเข้าที่หัวไหล่ของน่าหลานจิ้งเสียงดังปัก
น่าหลานจิ้งกระอักเลือด และตัวลอยไปข้างหลัง ก่อนจะตกลงบนแท่นที่นั่งจัดเลี้ยง
“ทุกคนถอยไป!”
เฟิงเทียนอวี้จ้องมองดูพวกชายสูงวัยที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาขึงข