ูทูตจากแคว้นหลงอ้าวอย่างเหยียดๆ สีหน้าดูเคร่งขรึม แม้สีหน้าจะสงบไม่เปลี่ยน แต่ในดวงตาของเขานั้นกลับปั่นป่วนไปด้วยพายุอันแสนน่ากลัว
คราวนี้ เฟิงเทียนอวี้ยังไม่ทันได้พูดอะไร จอกเหล้าใบหนึ่งถูกเขวี้ยงมา เสียงดังเปี้ยง กระแทกเข้าไปกลางหน้าผากของทูตที่พูดจาโอหังเมื่อสักครู่
“น่าหลานจิ้ง เจ้าทำอะไรของเจ้า”
เสิ่นเยว่ตบโต๊ะแล้วลุกยืนขึ้น ใบหน้าอันสง่างามของเขาดูโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นองค์ชายของแคว้นหลงอ้าว ลูกชายของแม่ทัพกระจอกๆ คนหนึ่งกล้าลงไม้ลงมือกับคนของเขาเช่นนี้เชียวหรือ
จู่ๆ เสิ่นเยว่ก็นึกบางอย่างขึ้นได้ เขายิ้มเยาะ “ข้าลืมไป เจ้าเพิ่งถูกแคว้นหลงอ้าวถอนหมั้น! ถึงได้อับอายจนโมโห แล้วกล้าลงมือกับทูตแห่งแคว้นหลงอ้าวกลางงานเลี้ยง! อีกอย่าง คนของข้าไม่ได้พูดอะไรผิด เฟิงหรูชิงองค์หญิงแคว้นหลิวอวิ๋นของพวกเจ้าเป็นพวกไม่เอาไหน!”
เมื่อก่อนตอนน่าหลานฮองเฮายังมีชีวิตอยู่ แคว้นหลิวอวิ๋นเป็นแคว้นที่แข็งแกร่งที่สุดในสี่แคว้น จนบัดนี้ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ไปแล้วสิบหกปี
เวลาสิบหกปี สถานการณ์ของสี่แคว้นเปลี่ยนไปจากเดิมนานแล้ว
แคว้นหลิวอวิ๋น…ไม่เพียงล้าหลัง แม้แต่เฟิงเทียนอวี้ก็ไม่มีโอรสสักคน
มีเพียงลูกสาวสองคน คนหนึ่งถูกเขาไล่ไปอยู่ในค่ายทหาร ส่วนอีกคน…กลับกลายเป็นคนไม่เอาถ่าน!
สีหน้าของน่าหลานจิ้งไร้อารมณ์ แววตาของเขาดูเย็นชา “ต่อให้แคว้นหลงอ้าวของพวกเจ้าไม่ถอนหมั้น ข้าน่าหลานจิ้งก็ไม่มีทาง