รือนไม้ ทำเอาถังอวี้ตกใจจนตัวสั่น เข็มเงินในมือร่วงลงพื้น นางหมุนตัวกลับไปด้วยความหวาดกลัว เพียงชั่วอึดใจก็เห็นบุรุษวัยกลางคนหน้าสีหน้าเขียวคล้ำ
“ท่าน…ท่านพ่อ ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ”
ถังอวี้รีบซ้อนป้ายหยกไว้ เกรงว่าถังลั่วจะพบเข้า
“อวี้เอ๋อร์ เจ้ากำลังทำอะไร” เส้นเอ็นตรงขมับถังลั่วเต้นตุบตับ ตำหนิเสียงดัง “เจ้าทำอะไรกับเยียนเอ๋อร์”
“ข้า…” ในดวงตาถังอวี้ฉายความลนลาน นางรีบกลบเกลื่อนมันอย่างว่องไว ทำท่าน้อยเนื้อต่ำใจ “ท่านพ่อ น้าหรงอาศัยอยู่บ้านเรามาสิบปีแล้ว กินข้าวตระกูลถัง ดื่มน้ำตระกูลถัง นางยังไม่ยอมแต่งกับท่านพ่อ ข้าก็แค่…แค่ทนดูไม่ได้เท่านั้นเอง…”
ถังลั่วยังคงสีหน้าเขียวคล้ำ “นี่หาใช่เรื่องที่เจ้าควรจะยุ่ง!”
“แต่ว่า ต่อให้พวกเราเลี้ยงสุนัขสักตัวหนึ่ง ยังรู้จักเฝ้าบ้าน น้าหรงทำอะไรได้บ้าง” ถังอวี้ขบริมฝีปาก ตีให้ตายนางก็ไม่ยอมให้ถังลั่วรู้ถึงสมบัติที่อยู่ในมือหรงเยียน
ยิ่งไม่อาจให้เขารู้ได้ว่า นางหลอกเอายาวิเศษจากหรงเยียนมามากมาย
อย่างไรเสียราคายาวิเศษระดับสามเม็ดเดียวก็แพงโข ต่อให้อยู่ในตระกูลถัง ของอย่างยาวิเศษระดับสามนี้ ครึ่งปีนางถึงไปขอรับที่หอยาเม็ดหนึ่ง ส่วนหลังจากที่นางรู้ว่าหรงเยียนมียาวิเศษอยู่ นางหลอกเอายามาติดต่อกันได้ถึงสามสี่สิบเม็ดแล้ว
มูลค่ายาเหล่านี้มาพอให้ครอบครัวหนึ่งกินอยู่อย่างไม่ขัดสนไปตลอดชาติ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าในมือหรงเยียนยังมียาวิเศษขั้นสูงกว่านี้…