เย็นเยียบสัมผัสเอี๊ยมในมืออย่างอ่อนโยน เป็นภาพที่สงบงดงามราวกับภาพวาดแห่งยุคมีเพียงยามนี้เท่านั้นที่ดวงตาของนางจะมีความอ่อนโยนไม่เสื่อมคลายและก็มีเพียงเวลานี้เท่านั้นที่นางจะสงบเสงี่ยมราวหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนแต่ถังอวี้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง สตรีนางนี้เป็นคนเสียสติตั้งแต่หัวจรดเท้า!“ชู่!” หรงเยียนเงยหน้าขึ้น แววตาอ่อนโยน มุมปากยกยิ้ม เอ่ยเสียงเบาคล้ายกลัวว่าจะทำให้อะไรบางอย่างตื่นขึ้น “อย่าพูด เจ้าดูสิ ลูกข้ากำลังหลับอยู่ เจ้าอย่าส่งเสียงดังทำเขาตื่นเชียว ไม่เช่นนั้นข้าจะโกรธแล้ว”ถังอวี้กลืนคำพูดไว้ในคอ กำหมัดแน่นเจ้าคนเสียสติ!ลูกอะไรกัน นั่นก็แค่เอี๊ยมเท่านั้น! เจ้าคนเสียสตินี่อาศัยอยู่ตระกูลถังมาสิบปีแล้ว นางอยู่กับอีกฝ่ายมาสิบปีแล้วเช่นกัน ผลก็คือตัวนางไม่สามารถแทนที่ลูกในใจของอีกฝ่ายได้สตรีผู้นี้มีหัวจิตหัวใจหรือไม่“จริงสิ ลูกข้าเล่า ลูกข้าไปไหนแล้ว” หรงเยียนลนลาน นางกอดเอี๊ยมในอ้อมอกลุกขึ้น ใช้มืออีกข้างหนึ่งคว้าถังอวี้แน่น แววตาแกมขอร้อง “เจ้าเห็นลูกข้าไหม ลูกข้าไปไหนแล้ว”ถังอวี้โมโหเสียอยากผลักคนเสียสตินี่ออกไปเสีย แต่สุดท้ายนางอดทนได้ ลูบมือหรงเยียนเบาๆ ยิ้มอย่างใสซื่อ “น้าหรง ท่านอาการกำเริบอีกแล้ว ท่านลืมแล้วหรือ สามีและลูกของท่านต่างไม่ต้องการท่านแล้ว ตอนนี้ท่านมีแค่ข้ากับท่านพ่อเท่านั้น”หรงเยียนนิ่งอึ้ง “เจ้าว่าอะไรนะ ข้ากอดลูกสาวอยู่นะ ลูกชายข้า…ลูกชายข้าออกไปเล่นด้านนอ