หนแล้ว” หรงเยียนลนลาน นางกอดเอี๊ยมในอ้อมอกลุกขึ้น ใช้มืออีกข้างหนึ่งคว้าถังอวี้แน่น แววตาแกมขอร้อง “เจ้าเห็นลูกข้าไหม ลูกข้าไปไหนแล้ว”
ถังอวี้โมโหเสียอยากผลักคนเสียสตินี่ออกไปเสีย แต่สุดท้ายนางอดทนได้ ลูบมือหรงเยียนเบาๆ ยิ้มอย่างใสซื่อ “น้าหรง ท่านอาการกำเริบอีกแล้ว ท่านลืมแล้วหรือ สามีและลูกของท่านต่างไม่ต้องการท่านแล้ว ตอนนี้ท่านมีแค่ข้ากับท่านพ่อเท่านั้น”
หรงเยียนนิ่งอึ้ง “เจ้าว่าอะไรนะ ข้ากอดลูกสาวอยู่นะ ลูกชายข้า…ลูกชายข้าออกไปเล่นด้านนอกแล้ว อีกไม่ช้าพวกเขาก็จะกลับมา”
“น้าหรง ท่านพ่อยอมให้ท่านมาตลอด ถึงไม่บอกฐานะของท่านกับท่าน” ถังอวี้ถอนใจเบาๆ แววตาสงสารจับใจ “ท่านถูกสามีหย่า ถึงมาอยู่ในตระกูลถัง ท่านดูสิ ที่อยู่ในอ้อมอกท่านคือลูกสาวท่านหรือเปล่า”
หรงเยียนก้มหน้ามอง ความเจ็บปวดปะทุขึ้นมาในห้วงสมอง เจ็บเสียจนนางหน้าซีดเซียว มือข้างหนึ่งจับหัวแน่น สายตาเลือนลางมองไม่ชัด กัดริมฝีปากจนเป็นแผล
คิดไม่ออก นางคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น!
นางถูกทิ้งอย่างนั้นหรือ ถูกสามีกับลูกทอดทิ้งแล้วหรือ
ไม่รู้เพราะอะไร นางมักรู้สึกว่า นางจะไม่ถูกทิ้งกัน
“น้าหรง” ถังอวี้รีบเดินไปข้างกายหรงเยียน ประคองร่างอีกฝ่ายไว้ เอ่ยเสียงอ่อนโยนและอบอุ่นราวกับสายลม “ท่านวางใจเถอะ ไม่ว่าท่านจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างไร ไม่ว่าใครจะทำอย่างไรกับท่าน ข้ากับท่านพ่อจะไม่ทอดทิ้งท่าน ในใจข้า ท่านเป็นเสมือนท่านแม่ของข้า”
‘ท่านแม