ว่ากลับเป็นเสมือนแผ่นไม้ฟาดลงไปที่หัวของหลิ่วอวี้เฉินอย่างจัง!
เขาอาจจำหน้าตาของแม่นางผู้นี้ไม่ได้ แต่น้ำเสียงใสนี้คือฝันร้ายตลอดหลายปีของเขา!
เฟิงหรูชิง…
สาวน้อยโฉมงามนี้คือหญิงอ้วนนั่นจริงๆ !
ฝีเท้าของหลิ่วอวี้เฉินซวนเซเล็กน้อย นอกจากสายตาตกตะลึงในคราแรกของเขา ที่มีมากไปกว่านั้นก็คือ…ความแตกตื่นและงุนงง
เรียวนิ้วยาวของเขากำพนักเก้าอี้ไว้แน่น คล้ายกับว่าใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีถึงจะระบายความรู้สึกในใจทั้งหมดทั้งมวลออกมาได้
เพราะอะไร…นางเป็นใครก็ได้ทั้งนั้น ทำไมต้องเป็นเฟิงหรูชิงด้วย!
หญิงที่ถูกเขาทอดทิ้งและดูแคลนราวกับขยะไร้ค่า!
“อวี้เฉิน” ถานซวงซวงตัวสั่นเทิ้ม ฝีเท้าของนางกลับมั่นคงเหมือนปกติ เดินเข้าไปข้างกายหลิ่วอวี้เฉิน พยุงเขาเอาไว้ เผยยิ้มให้เฟิงหรูชิง “องค์หญิงเพคะ ยินดีกับท่านด้วย ในที่สุด…ท่านก็ผอมแล้ว”
เฟิงหรูชิงเลิกคิ้วมองสำรวจคนตรงหน้าทั้งสอง
นางก็แค่มาตรวจดูเพราะร่วมงานกับหอแห่งแรกเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะพบสองคนนี้ที่นี่อีก
ควรบอกว่ามีวาสนาต่อพวกเขา หรือว่าหลิ่วอวี้เฉินกับถานซวงซวงโชคร้ายกันแน่
“ดูท่าถานซวงซวงจะฟื้นตัวได้ไม่เลว” เฟิงหรูชิงยิ้มตาหยี “คิดว่าตระกูลหลิ่วคิดแต่งนางเข้าบ้านจริงๆ แล้ว ข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าทั้งสองไว้ที่นี่ด้วย ในที่สุดก็สมหวังสมปรารถนาเสียที”
คำพูดนี้นางเอ่ยจากใจจริง
ถานซวงซวงและหลิ่วอวี้เฉินเป็นคู่สร้างคู่สม หลังจากจัดงานมงคลแล้ว ก็คงไม่ไ