กัน?” เสียงชิงจู๋แฝงด้วยความน้อยใจ “หากท่านกลับมาช้ากว่านี้อีกสองสามวัน ข้าคงจะ…กลายเป็นซุปงู ถูกองค์หญิงกับชายชู้นั่นเอาไปแบ่งกันกินแล้ว!”
หนานเสียนใช้แววตาสับสนกวดมองไปยังชิงจู๋ “ข้ากลับมาเมื่อวาน”
แต่ชิงจู๋หลับไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ
“…”
ชิงจู๋นิ่งชะงัก นายท่านกลับมาเมื่อวาน…มันกลับไม่รู้สึกตัวเลยหรือนี่?
มันกลัวว่าหนานเสียนจะรู้สึกว่ามันไร้ประโยชน์ แม้แต่เขากลับมาแล้วยังรู้สึกตัว มันรีบเปลี่ยนเรื่องทันที ท่าทางมีความสุขเสียเต็มประดา
“นายท่าน พวกเราต้องไปไล่ชายชู้นั่นหรือไม่? แค่เห็นเขาข้าก็รู้สึกไม่ดีแล้ว!”
หนานเสียนราวกับกำลังคิดเรื่องบางอย่างอยู่
“เจ้าไม่ได้อยู่ข้างกายนาง?”
“เอ่อ…”
อยู่ข้างกายองค์หญิง เช่นนั้นแล้วมันจะยังมีชีวิตอยู่รอนายท่านกลับมาหรือ?
น้ำเสียงชิงจู๋แผ่วเบา “นายท่าน องค์หญิงนาง…จะเอาข้าไปทำซุปงูให้ฝ่าบาทเสวย ข้ากลัว…”
“อ้อ”
อ้อ?
ตาของชิงจู๋เบิกกว้างในทันที
เดี๋ยวของนายท่านหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดมันจึงไม่ยินยอมติดตามองค์หญิงหรือหมายความว่า…เขายืนยอมให้องค์หญิงเอามันไปกิน?
หนานเสียนหลุบตาลงต่ำ จ้องมองงูน้อยที่ถูกเขาจับไว้ในมืออย่างจริงจัง ริมฝีปากยกขึ้นราวกับกำลังแย้มยิ้มบางๆ แววตายังคงเย็นยะเยือกเฉกเช่นดวงจันทร์ดังเดิม
“ซุปงู…นับว่าเป็นของบำรุงชั้นดีทีเดียว แล้วยิ่งเป็นซุปเจ้า นาง…ตาแหลมนัก”
ว้า!
ชิงจู๋ตื่นเต้นจนแทบจะดีดตัวออกมา ร