ยู่ที่หลิวซื่อ
หลิวซื่อตัวสั่นสะท้านรีบก้มหน้าลงต่ำไม่กล้าสบตานาง
เฟิงหรูชิงนัยน์ตาแฝงด้วยรอยยิ้ม เพียงแต่รอยยิ้มนั้นเย็นยะเยือกราวกับสายลมเย็นๆ พัดมายังใจของนาง หนาวสั่นไปทั้งกาย
“ท่านสอนลูกไม่เป็นข้าก็ไม่ถือสาจะสอนแทนท่าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลิวอวี่ต้องอยู่ในวัง ข้าจะให้คนสั่งสอนเขาว่ามารยาทคืออะไร!”
หลิวซื่อตื่นตระหนก นางกอดร่างของหลิวอวี่ไว้แน่นกัดริมฝีปากเอ่ยขึ้น “องค์หญิง ขอท่านปล่อยอวี่เอ๋อร์เถิดเพคะ”
นางทิ้งอวี่เอ๋อร์ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!
เฟิงหรูชิงส่งสายตาให้หมาป่าสีขาว
หมาป่าสีขาวเข้าใจความหมายของเฟิงหรูชิงได้ในทันที ร้องเอ๋าว์รับคำ ก่อนจะเดินยืดอกไปทางหลิวซื่อ
หลิวซื่อไม่กล้าขัดขวางมัน ตัวนางแข็งทื่อหน้าตาแตกตื่น
“องค์หญิง” หลิวอวิ๋นเซียวเข้ามาขวางหมาป่าสีขาวโดยไม่รู้ตัว “อวี่เอ๋อร์ไม่รู้เรื่องอะไรพ่ะย่ะค่ะ”
อย่างไรหลิวอวี่ก็เป็นหลานชาย
ระหว่างหลานชายกับหลานสาว มันไม่เหมือนกัน…
เฟิงหรูชิงหัวเราะเย็น “ทหาร ไปเชิญเสด็จพ่อมา ทูลว่ามีคนคิดชิงบัลลังก์ แล้วยังลงมือกับข้าด้วย”
“…” หลิวอวิ๋นเซียวเบิกตาโต
เขาไปตีนางตอนไหนกัน? เขาไม่กล้าแตะนางแม้แต่เส้นผมด้วยซ้ำ!
“ช้าก่อน ช้าก่อน!” เห็นองครักษ์กำลังจะเดินออกไป หลิวอวิ๋นเซียวก็แตกตื่นรีบร้องขัด
ถ้าให้คนไปเชิญเฟิงเทียนอวี้มา เจ้าเด็กนี่ไม่เล่นเขาถึงชีวิตเลยหรือ?
เขาไม่ได้โง่เขลาถึงขนาดที่จะต่อกรกับเฟิงเทียนอวี้ซึ่งหน้า
“องค์หญิง