ให้กระหม่อมกล้ากว่านี้ร้อยเท่า กระหม่อมก็มิกล้ารังแกองค์หญิง”
หากไม่มีแม่ทัพเฒ่าหรือสุดท้ายแล้วหลิวอวิ๋นเซียวยั้งมือตัวเองไม่อยู่ละก็
อย่างไรเสีย…ตาแก่นั่นก็สำเร็จถึงระดับหลิงอู่แล้ว
เขายังไม่บ้าถึงขนาดที่จะสู้กับหลิงอู่สองคนด้วยตัวคนเดียว…
“หลิวอวิ๋นเซียว เจ้าแก่กล้าดีนัก!” แม่ทัพผู้เฒ่าน่าหลานไม่สนใจว่าเข้าใจผิดหรือไม่เข้าผิด เขาโกรธมาก เอ่ยขึ้นเสียงเย็น “ในวังหลวงยังกล้าดูหมิ่นชิงเอ๋อร์ วันนี้พวกเจ้าหลิวซื่อและคนอื่นๆ ใครก็อย่าหวังจะได้ออกไป!”
เหงื่อของหลิวอวิ๋นเซียวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่กล้าเสียเวลาอยู่ในวังหลวงต่อ หากดึงฝ่าบาทมาด้วย เกรงว่าเขาจะออกจากที่นี่ไม่ได้แล้วจริงๆ
“ท่านแม่ทัพเฒ่า ข้าก็บอกแล้วว่าทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด หากรู้แต่แรกว่าสัตว์วิเศษเหล่านี้สำคัญต่อองค์หญิง ข้าย่อมมิกล้าทำเช่นนี้แน่”
พูดสักกี่ครั้งก็ยังเป็นประโยคนี้ หลิวอวิ๋นเซียวยืนยันว่ามันคือการเข้าใจผิด จะไม่ยอมรับว่าจงใจทำเด็ดขาด!
“ท่านพูดว่านี่คือการเข้าใจผิด แต่ที่หลิวฮูหยินพูดจากปากเองทั้งหมด บรรดาสัตว์วิเศษของข้ากลับเป็นของเฟิงหรูซวง แถมยังเรื่องที่บีบข้าให้มอบสัตว์วิเศษให้อีก ไม่ทราบว่านี่ก็เข้าใจผิดหรือไม่?”
ในหน้าสูงวัยของหลิวอวิ๋นเซียวเคร่งขรึมขึ้นทันใด แววตาคมเฉียบกวาดมองไปทางเฟิงหรูซวงและหลิวซื่อที่อยู่ข้างหลัง
ใบหน้าอมชมพูของเฟิงหรูซวงขาวซีด แววตาตื่นตะลึงมองไปยังเฟิงหรูชิง
นางรู้ดีแท้ๆ ว่า…