ข้าวางแผนชิงบัลลังก์เมื่อใดท่านพูดมาให้ชัด ใส่ร้ายข้าเยี่ยงนี้ท่านมีเจตนาอะไร?” หลิวอวิ๋นเซียวโมโหฉุนเฉียวใบหน้าสูงอายุแดงเถือก
เฟิงหรูชิงเหล่ตามองหลิงอวิ๋นเซียว “เมื่อครู่ท่านไม่ได้พูดว่าเป็นคนระดับเดียวกับเสด็จพ่อข้าหรอกหรือ?”
“ใช่ พ่ะย่ะค่ะ”
นี่มันเกี่ยวอะไรกับวางแผนชิงบัลลังก์? ต่างก็เป็นหลิงอู่ก็เป็นคนที่อยู่ในระดับเดียวกัน
“แบบนี้ก็ได้แล้วนี่? เสด็จพ่อของข้าเป็นใคร? พระองค์เป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นหลิวอวิ๋น ท่านพูดว่าท่านอยู่ระดับเดียวกับพระองค์ มิใช่เป็นการบอกข้าทางอ้อมว่าท่านก็เป็นฮ่องเต้หรือ? นี่ไม่เป็นการชิงบัลบังก์หรืออย่างไร?”
“…”
หลิวอวิ๋นเซียวชีวิตนี้เจอคนไร้ยางอายมานักต่อนัก เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่หากเอาทุกคนมาเทียบกับเฟิงหรูชิงแล้วต่างกันราวกับฟ้ากับดิน
ไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้มีแค่นางคนเดียว!
มองดูเหล่าทหารองค์รักติดดาบ หมัดของหลิวอวิ๋นเซียวก็กำแน่นขึ้นอีก พลังวิเศษแผ่ออกจากทั่วทั้งร่างราวกับลมพายุพัดแรง
ในตอนนี้เองเสียงสูงวัยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น เปี่ยมไปด้วยพลังตกลงท่ามกลางกลุ่มคน สั่นจนทำให้หูของคนที่อยู่ตรงนั้นสะเทือน
“ข้าได้ยินว่ามีคนวางแผนชิงบัลลังก์? มันคือไอ้แก่ตายยากคนไหน? กล้าแย่งตำแหน่งฮ่องเต้ของลูกเขยข้า?”
เฟิงหรูชิงเงยหน้าขึ้นด้วยความดีใจ เมื่อได้เห็นแม่ทัพเฒ่าที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาทางประตูรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่ทันรู้ตัว
“ท่านตา!”
แม่ทัพเฒ่าเอา