ักเสียหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว”
หลินกงกงทนมองไม่ไหวในที่สุด เขาเดินมาหยุดข้างเฟิงหรูชองถอนหายใจเบาๆ
“องค์หญิง ตั้งแต่ฮองเฮาจากไปฝ่าบาทก็จิตใจห่อเหี่ยวแย่ลงทุกปี หากมิใช่เพราะองค์หญิง พระองค์คง…”
“หลินเจิ้นอวิ๋น เจ้าก้าวก่ายเกินไปแล้ว!” เฟิงเทียนอวี้ฝืนลุกขึ้นยืน ดวงตาฉายแววเคร่งขรึม
“เจ้าออกไปก่อน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลินกงกงไม่กล้าพูดมาก เขาสะบัดแส้หางแม้ คำนับแล้วจากไป
ทั้งตำหนักกระดิ่งทองเงียบลง
มือของเฟิงเทียนอวี้ลูบใบหน้าหญิงสาวแผ่วเบา “ชิงเอ๋อร์ เดิมทีเรื่องนี้พ่อปิดบังเจ้ามาโดยตลอด แต่วันนี้เจ้าโตขึ้นแล้ว รู้ความแล้ว บางเรื่องก็สมควรให้เราเข้าใจไว้ มิเช่นนั้นพ่อกลัวว่าวันใดจะจากไปกะทันหัน เจ้าจะไม่ได้เตรียมตัว มัน…ไม่ดีต่อเจ้า…”
น้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนโยน นัยน์ตารักใคร่ ไม่มีความเย็นชาเคร่งขรึมเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าขุนนางนับร้อยเลย
หัวใจของเฟิงหรูชิงราวถูกบีบ นัยน์ตานางสงบนิ่งและจริงจัง “หม่อมฉันไม่ให้พระองค์ไป!”
นางเฟิงหรูชิงอยากจะช่วยคน ใครก็พรากไปไม่ได้!
“ชิงเอ๋อร์” เฟิงเทียนอวี้ยิ้มขมขื่น “ร่างกายของพ่อ พ่อรู้ดีกว่าใคร วันนี้ได้เห็นเจ้ารับมือเผชิญหน้ากับขุนนางนับร้อยได้อย่างง่ายดาย วันหน้าหากพ่อฝากแคว้นนี้ไว้กับเจ้าจริงๆ เชื่อว่าเจ้า…ต้องจัดการได้แน่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ยังมีท่านตากับท่านลุงช่วยเจ้า พ่อก็วางใจ…”
“เสด็จพ่อ!” เสียงเฟิงหรูชิงในตอนนี้สั่นเครือ
ร่างกายของท่านพ่อต้องมีวิธี