้เกียจไม่ฝึกซ้อมละก็ ข้า ลงโทษตามวินัยทหาร!”กลุ่มหญิงที่ถูกว่ากล่าวพากันก้มหน้าลงเงียบไร้เสียงหลิงอวิ้นที่อยู่ด้านข้างยังไม่กล้าส่งเสียง ได้แต่มองกลุ่มหญิงสาวกลุ่มนั้นอย่างจนปัญญาอย่างไร พวกนางก็เป็นฝ่ายทำผิดก่อน อาศัยช่วงที่ถังจือไม่อยู่แอบขี้เกียจ แล้วก็สุดแสนจะบังเอิญนางกลับมาเจอพอดี แล้วก็เป็นเช่นนี้ นางอยากจะช่วยก็ช่วยไม่ได้แล้ว จู่ๆ หลิงอวิ้นก็ตาเป็นประกาย นางเห็นเฟิงหรูชิงกำลังเดินมาจากนอกลานก็รีบดึงแขนเสื้อถังจือ“หัวหน้าถังจือ นายท่านมา” นายท่าน?ถังจือชะงักไปเพียงครู่ กวาดสายตามองก็เห็นเฟิงหรูชิงท่าทางโมโหเดินเข้ามาจากด้านนอกลาน ตานางมีแววตกใจเล็กน้อย เอ่ยถาม “นายท่านมีเรื่องอันใดหรือ”“ถังจือ ตอนนี้กองทัพเลือดเหล็กที่อยู่ภายในวังมีเหลืออยู่กี่คน” นัยน์ตาเฟิงหรูชิงแข็งขึง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกถังจือตอบตามความจริง “เพื่อไม่ให้ทุกคนหละหลวมกันเกินไป หม่อมฉันส่งคนไปทำภารกิจบ้างในบางครั้ง ตอนนี้ที่เหลืออยู่ในวังมีประมาณสี่สิบคน”“เช่นนั้นสี่สิบคนนี้ความสามารถเป็นเช่นไร?” เฟิงหรูชิงถามต่อได้ยินดังนั้นมุมปากของถังจือก็ยกยิ้มขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “คนในทัพเลือดเหล็ก พลังกำลังความสามารถล้วนแตะระดับอู่เจินทั้งสิ้น กระหม่อมกับหลิงอวิ้นอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับอู่เจินแล้ว”ในแคว้นหลิวอวิ๋นมีเพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่ในระดับหลิงอู่คนหนึ่งคือฮ่องเต้แห่งแคว้านหลิวอวิ๋นฝ่าบาทเฟิงเทียนอวี้