ส่วนอีกคนก็คือแม่ทัพเฒ่าน่าหลานที่เพิ่งสำเร็จระดับหลิงอู่ได้ไม่นานแต่ข่าวเรื่องแม่ทัพเฒ่าน่าหลานสำเร็จระดับหลิงอู่ไม่ได้ถูกแพร่ออกไป มีเพียงเฟิงเทียนอวี้กับคนทั้งสามตระกูลเท่านั้นที่รู้ ดังนั้นถังจือในฐานะผู้มีพลังระดับเจินอู่ก็สมควรแล้วที่จะภาคภูมิใจอีกอย่าง พวกเขาทัพเลือดเหล็กไม่ว่าคนไหนก็ล้วนอยู่ในระดับเจินอู่ สำหรับแคว้นอื่นแล้วนี่คือกำลังรบที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถทำให้นานาแคว้นต้องอกสั่นขวัญหายแม้น่าหลานฮองเฮาจะจากไปนานหลายปีแล้วก็ยังไม่มีใครกล้ารุกรานแคว้นหลิวอวิ๋น“ดีมาก!” เฟิงหรูชิงยกยิ้มเย็น “ถังจือ พวกเจ้าทุกคนหยิบอาวุธแล้วไปท้องพระโรงกับข้า!”“…”ถังจือตกตะลึงตาค้าง ให้พวกนางนำอาวุธไปท้องพระโรง? วันนี้องค์หญิงไปถูกอะไรยั่วยุมาหรืออย่างไร?“องค์หญิง ที่หน้าท้องพระโรงเกิดอะไรขึ้นหรือ?”เฟิงหรูชิงหัวเราะอย่างมิแยแสยำเกรง “ก็ไม่มีอะไร แค่พวกคนแก่ตายยากกล้ามาหาเรื่องเสด็จพ่อของข้า วันนี้ข้าจะให้พวกตาแก่ตายยากนั่นได้รู้ ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของแคว้นหลิวอวิ๋น!”…ในท้องพระโรงเฟิงเทียนอวี้ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร แววตาเย็นยะเยือกมองดูการโต้แย้งกันไม่จบไม่สิ้นของทั้งสองฝั่งบริเวณคิ้วแสดงออกถึงอารมณ์ที่ไม่ควรปรากฏลางๆ คิ้วรูปปลายดาบฉายแววหงุดหงิด“น่าหลานฉางเฉียน บิดาของเจ้ายังมิกล้าพูดกับข้าเช่นนี้ เจ้ากล้าโอหังต่อหน้าข้า!” ใบหน้าสูงวัยของถานหลินโมโหจนเขียวคล้ำ ตวาดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด