หลิวอวี้เฉินฉีกยิ้มเย็นยะเยือกแล้วกล่าว “ไม่ต้องให้ท่านโยน ข้าเดินเองได้ ไหนๆ ข้าจะแนะนำท่านอย่างหนึ่ง แม้ท่านจะเป็นองค์หญิงแห่งแคว้นหลิวอวิ๋นแต่…ขุนนางบุ๊นบู๋นับร้อยของแคว้นหลิวอวิ๋นไม่พอใจท่านอยู่ก่อนแล้ว ท่านยังทำเยี่ยงนี้กับซวงเอ๋อร์ ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า สิ่งเหล่านี้ที่ท่านทำจะส่งผลต่อฝ่าบาทอย่างไร?”
“ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ข้าเฟิงหรูชิงรับได้ทั้งสิ้น!”
แต่จะมาทำให้นางต้องเจ็บช้ำน้ำใจไม่ได้เด็ดขาด
นางยอมให้ชื่อเสียงฉาวโฉ่แพร่สะพัดออกไป แต่ไม่มีวันยอมทนรับแม้แต่เศษเสี้ยวความช้ำใจ!
ริมฝีปากของหนานเสียนยกยิ้มขึ้นน้อยๆ
รอยยิ้มของเขาเลือนรางนัก เลือนรางจนเกือบมองไม่เห็น
“ชิงเอ๋อร์อยากทำอะไรก็ทำเลย บนโลกนี้ไม่มีผู้ใดขัดขวางเจ้าได้ เจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลจนไม่กล้าทำอะไร”
น้ำเสียงกระจ่างชัดดั่งดวงจันทร์ของชายหนุ่มกระแทกเข้าไปในใจของเฟิงหรูชิงเต็มเปา
ทำให้ใจของนางเต้นระลอกใหญ่
แม้นางจะรู้อยู่เต็มอกว่ากั๋วซือจงใจพูดให้หลิวอวี้เฉินฟัง ทว่าอย่างไรก็ตามน้ำเสียงไพเราะของเขาบวกกับวิธีพูดที่อ่อนโยน เหมือนพุ่งตรงมายังใจนาง นางไม่สามารถนิ่งเฉยได้
แววตาเย็นชาของหลิวอวี้เฉินกวาดมองไปยังหนานเสียนและเฟิงหรูชิง เขากำหมัดแน่น หลังจากนั้นก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
วินาทีที่เขาจากไป เขาไม่รู้เลยว่าหนานเสียนหันกลับมามองเขา
แววตาราบเรียบนั้นดูเหมือนแอบแฝงความเย้ยหยันและเย็นชา