์ใส่คนอื่นไม่ได้นะ”แม้บิดาของเจาหยางจะเป็นเพียงแค่นายกอง แต่เขาก็สนิทสนมกับฉางเฉียน หากเห็นแก่หน้าของฉางเฉียน ก็ไม่ควรปฏิบัติเช่นนี้“หยางเอ๋อร์” นางกองเจามองลูกชาย สีหน้าไม่สบอารมณ์ “เจ้าเป็นคนสุขุมมาตลอด ทำไมวันนี้ถึงพูดจาเช่นนี้”แม้เขาจะโมโหในการกระทำของฉินซวิน แต่อย่างไรเสียเจาหยางก็เป็นฝ่ายที่ทำผิดก่อน แต่เขาเชื่อว่าลูกชายของเขาไม่มีทางพูดจาแบบนี้โดยไม่มีเหตุผล“การที่องค์หญิงเอาอาหารบำรุงสุขภาพมาให้ฮูหยินรอง ข้ารู้สึกดีใจจริงๆ แต่ฉินซวินกลับต่อยข้าโดยไม่มีเหตุผล ข้าผิดอะไร”เจาหยางยิ่งคิดยิ่งโมโห เจตนาดีของเขากลับถูกคนอื่นเข้าใจผิดเช่นนี้ เขาจะไม่โมโหได้อย่างไรจิตใจของฉินซวินเต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธ เขาไม่ฟังสิ่งที่เจาหยางพูด ในขณะที่เขาจะต่อยหน้าเจาหยางอีกหมัดหนึ่ง ฉินเฟยหยางก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเจาหยางเพื่อห้ามหมัดของลูกชาย“ซวินเอ๋อร์ อย่าวู่วามนะ!” ฉินเฟยหยางจ้องฉินซวินตาเขม็ง จากนั้นก็หันไปมองเจาหยาง “คุณชายเจา เมื่อครู่ท่านพูดว่า…ที่องค์หญิงนำมา…คืออาหารบำรุงสุขภาพหรือ”เจาหยางยิ้มเยาะ “เมื่อก่อนที่ข้าเคยบอกพวกท่านเรื่องอาหารบำรุงสุขภาพที่ช่วยรักษารอยแผลเป็นได้ เป็นสูตรที่องค์หญิงบอกข้า! ตอนนี้นางนำอาหารบำรุงสุขภาพมา อาการของฮูหยินรองจะต้องดีขึ้น แต่ฉินซวิน กลับไม่มองเห็นในความปรารถนาดีของผู้อื่น กล้าลงไม้ลงมือกับข้า!”“เจ้า…” เดิมฉินซวินตั้งใจจะต่อว่า แต่เมื่อคำพูดของเจาหยางดัง