จลงได้จริงๆ แล้ว หันมาศรัทธาในวิถีเซียนอย่างจริงจัง จึงได้รับการยอมรับจากมรรคาจารย์ แต่เวลานี้เจ้าต้องการแค่จะอาศัยพลังจากการบำเพ็ญเซียนเท่านั้น”
หลิวเสินโจวตอบความสงสัยของซีหมิงหวังไปอย่างจริงจัง
มหาพิภพจิตจรเป็นความลับของผูร่วมมรรคาของพวกเขาเขายอมไม่พูดออกไป ยิ่งไปกว่านั้นผู้ศรัทธาต่างก็ไม่รู้ว่ามรรคาจารย์เลือกผูร่วมมรรคาเช่นใด แต่เห็นชัดอย่างยิ่งว่าผู้ใดก็ตามที่เข้ามาในมหาพิภพจิตจรล้วนเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาต่อมรรคาจารย์
หลิวเสินโจวเริ่มยอมรับผู้ศรัทธาคนอื่นๆ แล้ว
ก่อนหน้านี้ครั้งเขาอยู่ในมหาภพนิลงเหลืองล้วนไปมาลําพัง บริวารของเขามีแต่สุนัข เขาไม่เคยมองใครตรงๆ ทว่านับแต่เขามาในมหาพิภพจิตจร จิตใจของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มสนใจความคิดของผู้อื่นที่มีต่อตนเอง เขาเริ่มเพลิดเพลินกับการสนับสนุน เมื่อเขาถ่ายทอดยอดเคล็ดวิชาใหญ่ เขาถึงกับชมชอบต่อการโต้เถียงกับคนทั่วไป เนื่องจากในที่แห่งนี้มองระดับขั้นไม่ออก เหล่าผู้ศรัทธาจึงพูดตรงๆ ต่อกัน เมื่อได้ยินคนทั่วไปโตเถียงกับตนเอง เขาก็ถึงกับรู้สึกว่าน่าสนใจ
ก่อนนี้หลิวเสินโจวหวังเพียงแสวงหาพลัง แต่เวลานี้เขากลับมีความคิดอื่น อยากทําเรื่องอื่นๆ เช่นบางเรื่องที่ก่อนนี้เขาเคยเห็นว่าเป็นเรื่องโง่เง่านักหนา
ซีหมิงหวังนิ่งเงียบไปและไตร่ตรองคําพูดนี้อย่างละเอียด
จากนั้นหลิวเสินโจวก็กล่าวว่า “เจ้าลองคิดดูให้ถี่ถ้วน นับตั้งแต่เจ้าสวมรัดเกล้าทอ