เฟิงเทียนอวี้อึ้งไป เขามองดูผลเทียนหลิงกั่วที่เฟิงหรูชิงเอามาวางไว้ตรงหน้า ขอบตารื้นด้วยหยาดน้ำตา
“ชิงเอ๋อร์ เจ้าโตแล้วจริงๆ ”
ไม่ทำให้ความรักที่เขามีให้นางตลอดเวลาหลายปีต้องสูญเปล่า
“จริงสิ…” เฟิงเทียนอวี้คิดอะไรได้บางอย่าง จึงเอ่ยถามต่อว่า “ข้าได้ยินว่า เจ้าเอาป้ายเลือดเหล็ก…คืนมาแล้วเหรอ”
เฟิงหรูชิงยิ้ม “หม่อมฉันก็แค่ให้ป้ายเลือดเหล็กนางไปดูเท่านั้น ดูไปดูมาสุดท้ายกลายเป็นเวลานานหลายปี หม่อมฉันเอาคืนมาก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”
“อย่างนั้นก็ดี”
เมื่อฟังประโยคนั้นจบ เฟิงเทียนอวี้ก็รู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาที่ทับอกมานานหลายปีออกไป
ป้ายเลือดเหล็กอันนั้น เป็นสมบัติตกทอดจากเยียนเอ๋อร์ เป็นสิ่งที่เขาต้องการเก็บรักษาไว้ตลอดไป แต่ชิงเอ๋อร์กลับนำมันไปให้หรงกุ้ยเฟย แม้แต่เขาซึ่งเป็นพ่อก็ห้ามนางไว้ไม่อยู่
บัดนี้ของกลับคืนสู่เจ้าของ แถมชิงเอ๋อร์ก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขารู้สึกโล่งใจ!
“แต่ชิงเอ๋อร์ เจ้าต้องกินให้เยอะหน่อย นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่เดือนกว่า เจ้าผอมลงตั้งเยอะ” เฟิงเทียนอวี้ถอนหายใจด้วยความสงสาร “ต่อให้เจ้าคิดจะลดน้ำหนัก ก็ห้ามอดอาหาร ที่ควรกินก็กิน ขอแค่กินอาหารไม่มันไม่เนื้อก็ได้แล้ว เข้าใจไหม”
สิ่งที่เขาเป็นห่วงที่สุดคือการที่ลูกสาวอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก หากชิงเอ๋อร์เป็นอะไรไป เขาจะเอาหน้าที่ไหนไปพบเยียนเอ๋อร์
“เสด็จพ่อ หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ”