“ท่านพี่ เป็นไปได้ว่าวันนั้นข้าฟังผิดเอง หลิ่วอวี้เฉินอาจพูดว่า…เขาจะตามรังควานท่านก็ได้”
“อ้อ ฟังผิดก็ไม่เป็นไร ไม่ว่าเป็นข้าหรือเขาที่เป็นฝ่ายตามรังควาน ข้าก็จะไปคิดบัญชีกับเขาอยู่ดี”
เฟิงหรูชิงยิ้ม การที่นางเห็นเฟิงหรูซวงสีหน้าดูไม่ได้มันทำให้นางรู้สึกสะใจ
ความรู้สึกอึดอัดที่ไม่ได้พบกั๋วซือมาหลายวันถูกกำจัดจนหมดสิ้น
พวกเจาหยางซึ่งรู้สึกผิดกับเฟิงหรูชิงมาแต่เดิม บวกกับความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับอาหารบำรุงสุขภาพ ทำให้พวกเขาอดที่จะติดตามเฟิงหรูชิงไม่ได้ หากเปรียบกันแล้ว เฟิงหรูซวงที่เคยเป็นศูนย์กลางความสนใจของพวกเขา บัดนี้กลายเป็นเพียงอากาศเท่านั้น นางมองเฟิงหรูชิงด้วยความโมโห เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจนาง นางก็สะบัดตัวเดินออกจากหอแห่งแรกไป เมื่อเฟิงหรูชิงจะตอบคำถาม นางก็เงยหน้าขึ้นมองเฟิงหรูซวงที่เดินจากไป แววตาของนางแฝงความรู้สึกสะใจ ที่นางมางานพบปะวันนี้ก็เพื่อจะยั่วโมโหเฟิงหรูซวง ตอนนี้เฟิงหรูซวงกลับไปแล้ว นางก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่หอแห่งแรกต่อ นางอำลาทุกคนแล้วเดินออกจากหอไป
เมื่อเดินออกจากประตู ชายแก่ที่ติดตามจิ่วหมิงได้ยืนรอนางอยู่ก่อนแล้ว เขาพูดด้วยท่าทางนอบน้อม “องค์หญิงเฟิงหรูชิง คุณชายขอเชิญท่านไปพบพ่ะย่ะค่ะ”
เฟิงหรูชิงยักคิ้ว “นำทางไปสิ”