ทุกอย่างหยุดนิ่ง คนที่อยู่ในห้องทรงพระอักษรล้วนไม่กล้าเปิดปากพูด แม้แต่หายใจยังต้องทำแบบระมัดระวัง
“ฝ่าบาท” ขันทีนายหนึ่งเดินออกมาจากด้านในห้องทรงพระอักษร ทำท่าถวายบังคมแล้วพูดว่า “หรงกุ้ยเฟยกับองค์หญิงหรูซวงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
แววตาของเฟิงเทียนอวี้ดูไม่สบอารมณ์ มีรังสีอำมหิต “ให้พวกนางเข้ามา”
“รับด้วยเกล้า พ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีรับบัญชาแล้วถอยออกไป ประเดี๋ยวเดียว หลิวหรงที่แต่งกายงดงามจูงมือหญิงสาวที่หน้าตาสะสวยเดินเข้าประตูมา
สีหน้าของนางดูเป็นกังวล เดินมาตรงหน้าเฟิงเทียนอวี้ด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ แล้วย่อตัวถวายความเคารพ “ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท”
เพล้ง!
เฟิงเทียนอวี้หยิบถ้วยชาที่อยู่บนฝ่ามือขึ้น แล้วขว้างลงที่พื้นอย่างแรง เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาเต้นตุบๆ ดูโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “หรงกุ้ยเฟย เฟิงหรูซวง พวกเจ้าบังอาจนัก!”
หลิวหลงกับเฟิงหรูซวงตกใจจนคุกเข่าลงกับพื้น สีหน้ากระวนกระวาย
“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำความผิดอันใด ขอฝ่าบาททรงอภัยด้วยเพคะ”
เฟิงเทียนอวี้ส่งเสียงฮึ แล้วหยิบหนังสือประกาศที่อยู่บนโต๊ะโยนลงตรงหน้าของหลิวหรง
หลิวหรงหยิบประกาศขึ้นมา เมื่ออ่านเนื้อความในนั้นเสร็จ หน้าของนางถอดสี ดูซีดเผือดไร้สีสัน
นี่…เฟิงหรูชิง…กล้าทำถึงเพียงนี้เชียวหรือนี่นางลืมสิ่งดีๆ ที่หลิวหรงทำไว้กับนางตลอดหลายปีที่ผ่านมาแล้วหรือ ถึงต้องบีบนางให้เจอกับทางตัน?