เสี้ยววินาทีนั้น สีหน้าของหลิวลี่ถอดสี แววตาจากเดิมที่มีความเป็นห่วงก็กลายเป็นหมดห่วง สุดท้ายเปลี่ยนเป็นความกังวล
รูปร่างของหญิงสาวคนนั้นใหญ่โตนัก ดูใหญ่เทอะทะ ศีรษะของนางไม่ได้สวมมงกุฎเหมือนดังแต่ก่อน มีเพียงหน้าสดที่ไม่ได้ผัดแป้งเดินออกมา ผิวขาวบริสุทธิ์ไร้ริ้วรอย ผุดผ่องราวกับหยก
“องค์หญิงเพคะ” นางกำนัลเฒ่าหันมองโดยเร็ว นางย่อตัวถวายคำนับแล้วพูดว่า “หลิวลี่คนนี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้าออกมาจากห้องซักล้างโดยพลการ แถมยังกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าองค์หญิง บ่าวจะลากนางออกไปเดี๋ยวนี้ จะได้ไม่ขวางหูขวางตาองค์หญิงเพคะ”
เฟิงหรูชิงลูบข้อมือ ยิ้มและมองไปที่นางกำนัลเฒ่า “ฉินหมัวมัว กับคนที่ไม่เชื่อฟัง จะพูดเปลืองน้ำลายไปทำไม ตีให้ตายไปเลยก็สิ้นเรื่อง”
“ใช่ๆ องค์หญิงพูดถูกเพคะ คนที่ไม่เชื่อฟัง ตีให้…”
นางกำนัลเฒ่าทำท่าทีพินอบพิเทานางยังไม่ทันพูดจบจู่ๆ ฝ่ามือก็ลอยมาตบฉาดลงบนหน้าของนางจังๆ เสียงดังเพี้ยะ
แม้กำลังของเฟิงหรูชิงจะไม่ได้มากมายอะไร แต่เพราะน้ำหนักตัวของนางเอาชนะได้ทุกสิ่ง ตบหนักๆ เมื่อสักครู่ทำเอาแก้มข้างหนึ่งของนางกำนัลเฒ่าบวมแดง ที่มุมปากมีเลือดไหลออกมา
“องค์หญิง บ่าวทำอะไรผิดหรือเพคะ องค์หญิงถึงตบบ่าว” นางกำนัลเฒ่าคับแค้นใจ แต่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ ได้แต่กัดฟันถาม
เฟิงหรูชิงแสยะยิ้มและพูดว่า “ฉินหมัวมัว เจ้าทำผิดอะไร ตัวเจ้าไม่รู้เลยหรือ”