เฟิงเทียนอวี้พูดคำว่าดียาวเป็นสาย ในแววตาของเขามีความยินดี รู้สึกดีใจกับโอกาสที่เฟิงหรูชิงได้รับอย่างเห็นได้ชัด
“ชิงเอ๋อร์ ถ้าเจ้าฝึกตบะกับกั๋วซือ เจ้าต้องเชื่อฟังคำพูดของเขานะ อย่าทำตัวเอาแต่ใจเหมือนแต่ก่อน รู้หรือไม่ อีกอย่างเรื่องที่เจ้าได้เป็นศิษย์ของกั๋วซือห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด พ่อกลัวว่ามันจะทำให้เจ้ามีอันตราย”
ประโยคสุดท้าย เฟิงเทียนอวี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ฟั่นเฟือนเพราะความดีใจประหลาดใจ ในสมองของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาว
“หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ”
เฟิงหรูชิงพยักหน้าซ้ำไปซ้ำมา ขอเพียงให้นางออกไปพำนักที่จวนนอกวังได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรนางก็ยินดีรับปากทั้งนั้น
อีกอย่างตอนนี้มีกั๋วซือเป็นข้ออ้าง นางจะทำอะไรก็สะดวกกว่าเดิมเยอะ