“มิใช่เพคะ” เฟิงหรูชิงส่ายหน้า “หม่อมฉันอยากทูลขอจวนที่พำนักจากเสด็จพ่อเพคะ”
คำพูดของหญิงสาวทำให้เฟิงเทียนอวี้มีสีหน้าตกใจและมองดูลูกสาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยความแปลกใจ
“ชิงเอ๋อร์ อยู่ในวังหลวงก็ดีอยู่แล้วนี่ ทำไมเจ้าถึงอยากได้จวนองค์หญิง พ่อจะวางใจให้เจ้าออกไปอยู่คนเดียวได้อย่างไร”
“เสด็จพ่อเพคะ” เฟิงหรูชิงส่งสายตาวิบวับ จู่ๆ ก็หัวเราะออกมา “เพราะกั๋วซือจะรับหม่อมฉันเป็นศิษย์เพคะ”
ช่วยไม่ได้ เพื่อจะได้ออกจากวังหลวง นางจำต้องใช้กั๋วซือรูปงามมาเป็นข้ออ้าง
เป็นอย่างที่คาด เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเฟิงหรูชิง เฟิงเทียนอวี้ก็รู้สึกวางใจตามมาด้วยความยินดีปรีดาเป็นที่สุด
ความสามารถของกั๋วซือนั้น ว่าตามตรง แม้แต่เฟิงเทียนอวี้เองก็ไม่รู้เท่าใดนัก และเขายิ่งไม่รู้เหตุผลว่ากั๋วซืออยู่ในแคว้นหลิวอวิ๋นเพื่ออะไร แต่สิ่งที่เขารู้ชัดเจนคือ หากชิงเอ๋อร์ได้กั๋วซือเป็นอาจารย์ โลกใบนี้ นางอยากทำอะไรก็ทำได้ทุกอย่าง
“ชิงเอ๋อร์ เจ้าพูดจริงใช่หรือไม่ กั๋วซือจะรับเจ้าเป็นศิษย์หรือ อยู่ดีๆ ทำไมเขาถึงรับลูกศิษย์ล่ะ”
“เรื่องนี้ หม่อมฉันก็ไม่ทราบเพคะ” เฟิงหรูชิงทำตาปริบๆ “อาจเป็นเพราะกั๋วซือเห็นว่าหม่อมฉันฉลาด เลยรับหม่อมฉันเป็นศิษย์คนแรก แต่ว่าเพราะฐานะของกั๋วซือค่อนข้างพิเศษ จึงไม่สะดวกที่จะเข้ามาในวังหลวง หม่อมฉันเลยอยากไปพักอยู่จวนองค์หญิง ถ้าเป็นแบบนั้นกั๋วซือก็มาสอนหม่อมฉันได้”
“ดีๆ !”