เฟิงเทียนอวี้พูดแบบถอนใจ “ชิงเอ๋อร์ เจ้าจงจำไว้ว่า ไม่ว่าอย่างไรพ่อก็อยากให้ลูกมีความสุข เฟิงหรูซวงไม่ใช่ผู้หญิงที่ใสซื่อไร้มารยาอย่างที่ลูกคิด นางเป็นคนเจ้าเล่ห์ หรงกุ้ยเฟยก็ไม่ใช่แม่ที่เมตตา”
เฟิงหรูซวงคนนี้ตอนเล็กๆ ยังดีหน่อย แม้เฟิงเทียนอวี้จะพุ่งความสนใจไปที่ชิงเอ๋อร์เพียงคนเดียว นางก็ไม่ได้ร้ายอะไรกับเฟิงหรูชิงมาก แต่เมื่อโตขึ้นนางยิ่งเป็นคนเจ้าเล่ห์ที่เขารับไม่ได้ที่สุดคือ แม่ลูกคู่นี้ยกยอและเอาใจชิงเอ๋อร์จนเชื่อพวกนางหัวปักหัวปำ
เฟิงหรูชิงมองดูผมของเฟิงเทียนอวี้ที่มีปอยผมหงอกเพิ่มขึ้นมา นางรู้สึกหดหู่ใจ “เสด็จพ่อ เมื่อก่อนหม่อมฉันไม่รู้ความ ทำให้เสด็จพ่อต้องเหนื่อย ต่อไปหม่อมฉันจะไม่ทำให้เสด็จพ่อผิดหวังอีกแล้วเพคะ”
“ดีๆ” เฟิงเทียนอวี้หัวเราะชอบใจ รู้สึกเบาใจเป็นอย่างยิ่ง “ตอนนี้เจ้าคิดได้ก็ดีแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นต่อไปอีก ข้าไม่รู้ว่าเมื่อไปถึงปรโลกแล้วจะมองหน้าแม่เจ้าได้อย่างไร” อาจเป็นไปได้ว่าเมื่อพูดถึงน่าหลานเยียนฮองเฮาผู้ล่วงลับ บรรยากาศในห้องทรงพระอักษรเลยเงียบงันลง
“เสด็จพ่อเพคะ” ในที่สุดเฟิงหรูชิงก็เป็นฝ่ายพูดก่อน ทำให้บรรยากาศของความโศกเศร้าจางไป “ที่หม่อมฉันมาหาเสด็จพ่อเพราะมีเรื่องเรื่องหนึ่งไม่รู้ว่าเสด็จพ่อจะทรงอนุญาตหรือไม่”
เฟิงเทียนอวี้ขมวดคิ้ว “ชิงเอ๋อร์ เจ้ายังตัดใจจากหลิ่วอวี้เฉินไม่ได้อีกหรือ ฟังพ่อนะ หลิ่วอวี้เฉินไม่ใช่คนที่เหมาะกับเจ้า”