ันธุ์”
“ฉันก็อยากจะรักษาความสาวให้คงอยู่เหมือนกัน” ซือฝูชิงหย่อนตัวนั่งลง “แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่”
“เมื่อก่อนหน้าตาเธอไม่ได้เป็นแบบนี้” ซูยั่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ไม่ได้เจอหน้ามาหกปี ไม่ได้ติดต่อกันสามปีแต่เธอดูอายุน้อยกว่าฉันเสียด้วยซ้ำ”
ซือฝูชิงแก้ตัวน้ำขุ่น “ตอนนั้นง่ายจะตาย หน้าที่นายเห็นเป็นหน้าปลอม อันที่จริงอายุฉันยังน้อย”
“โอเค ตอนนั้นง่าย เป็นหน้าปลอม แต่ร่างกายคงจะปลอมไม่ได้ใช่ไหม” ซูยั่งพยักหน้าเบาๆ พลางหัวเราะด้วยความฉุนเฉียว “เรามาคำนวณกัน หกปีก่อน เธออายุยี่สิบ แล้วร่างกายเธอเจริญเติบโตเต็มที่แล้วหรือยัง”
ซือฝูชิง “…”
เธอไม่รู้ว่าเขากำลังชมเธอหรือกำลังด่าเธอกันแน่
“เอ่อ…คือ…เรื่องบางเรื่องก็ไม่สามารถอธิบายได้” ซือฝูชิงเงียบไปครู่หนึ่ง “อย่างไรเสียฉันก็ยังเป็นฉันคนเดิมไม่เปลี่ยน”
“โอเค ฉันเชื่อเธอ” ซูยั่งเงยหน้าขึ้น พลางพูดขึ้นอย่างช้าๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำ “ฉันเคยบอกแล้ว ขอแค่เป็นเธอ ฉันเชื่อทั้งนั้น”
ตั้งแต่เล็กจนโตสุขภาพร่างกายของเขาไม่ค่อยดีเท่าไรนักเลยร่อนเร่พเนจรอยู่ที่เมืองนอกเสียส่วนใหญ่
เขาเข้าสู่วงการดนตรีตามนักดนตรีพเนจรกลุ่มหนึ่ง ฝึกตีกลองและดีดกีตาร์จนช่ำชอง
ตอน