“มีอยู่บ้างแต่ก็น้อยนัก อีกทั้งมีคนหนึ่งที่ดูจะพิเศษมาก จำเป็นต้องสังเกตต่อไป” ไทซังคุนหลุนเอ่ยตอบ
สตรีผมขาวก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วหลับตาลง เมื่อเห็นดังนั้นไทซังคุนหลุนก็หันหลังกลับและเตรียมจะจากไป
“เรื่องของโลกเทพยุทธ์อย่าได้กังวลไปเลย รีบใช้เวลาบรรลุขั้นเพื่อไปสู่ระดับขั้นที่เหนือกว่านิรันดรกาลเถิด!” เสียงของสตรีผมขาวดังมาจากข้างหลัง
ไทซังคุนหลุนไม่ได้กล่าวตอบกลับ หายตัวจากที่เดิมไปอย่างรวดเร็ว ฟ้าดินแห่งนี้ก็พลันเงียบสงบลง
เหนือทะเลเมฆ หลิวเสินโจวและซีหมิงหวังนั่งสมาธิคู่กัน พวกเขามองลงมายังแดนมนุษย์ บาดแผลของทั้งสองคนฟื้นตัวแล้ว
หลิวเสินโจวมองไปยังรัดเกล้าทองบนศีรษะของซีหมิงหวังเป็นระยะ ๆ ท่าทางเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ รัดเกล้าทองนี้เหมือนกับรัดเกล้าทองของซุนหงอคงในความทรงจำของเจียงฉางเชิงทุกประการ สวมไว้บนศีรษะของซีหมิงหวังเช่นนี้กลับทำให้ดูมีพลังที่ไม่เหมือนใคร
ซีหมิงหวังแค่นเสียงอย่างเย็นชาแล้วกล่าวว่า “เลิกมองได้แล้ว นี่เจ้าคิดจะอยู่ใต้ร่มเงาของมรรคาจารย์ตลอดไปจริง ๆ หรือ”
หลิวเสินโจวหัวเราะตอบกลับ “เหตุใดจะทำไม่ได้เล่า ทั้งเจ้ากับข้าล้วนแสวงหาผู้ที่มีพลัง ไม่เช่นนั้นเจ้าก็คงจะไม่บำเพ็ญเพียรวิชามารที่ไม่ใช่วิถียุทธ์หรอก มรรคาจารย์กำลังประสบกับสังสารวัฏร้อยชาติ เมื่อเขาคืนสู่จุดสูงสุด เปิดเส้นทางวิถีเซียน ทั้งเจ้ากับข้าก็สามารถฝึกเป็นเซียนได้ ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยฝึกว