เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!…
อสนีบาตสวรรค์ฟาดลงมาอย่างคลุ้มคลั่งประหนึ่งสรวงสรรรค์กำลังระบายความพิโรธ มันสู้รบกับผู้ผ่านด่านเคราะห์อย่างไร้เมตตา
เจียงฉางเซิงอาศัยเกราะป้องกันจากพลังแห่งโชคชะตาทำให้ผจญด่านเคราะห์ได้อย่างง่ายดาย แต่ใจของเขามิได้สบายอกสบายใจเช่นนั้น เพราะแต้มโชคชะตากำลังลดฮวบลงอย่างรวดเร็วยิ่ง!
เขามองตัวเลขด้านหลังที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแล้วอกสั่นขวัญแขวน แม้ว่าจะมีแต้มโชคชะตายี่สิบห้าล้านล้านแต้มรองรับไว้แล้ว แต่เขาก็ยังกระวนกระวายมากอยู่ดี
ทว่าถึงเขาจะอกสั่นขวัญแขวน แต่ท่วงท่าการนั่งกลับแลดูเกียจคร้าน จนผู้ที่ชมการผ่านด่านเคราะห์อยู่ทั้งหลายตื่นเต้นจนเลือดเดือดพล่าน
“ด่านเคราะห์อสนีบาตระดับนี้ มรรคาจารย์ไม่เห็นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อยเลยสินะ!”
“พูดอะไรเหลวไหล มรรคาจารย์คือบรรพจารย์แห่งเซียนทั้งปวงเชียวนะ ท่านเพียงกลับชาติมาเกิดเพื่อเผชิญวิบากกรรมบนแดนมนุษย์เท่านั้น!”
“ร้ายกาจเหลือเกิน ข้ารู้สึกว่าด่านเคราะห์อสนีบาตระดับนี้เหมือนจะทำลายโลกคุนหลุนทั้งใบได้เสียด้วยซ้ำ”
“นึกถึงเมื่อก่อนสมัยที่พวกเรามาจากทวีปชีพจรมังกร ทวีปชีพจรมังกรเป็นเพียงมุมเล็กๆ มุมหนึ่งของมหาสมุทรไร้ขอบเขต เช่นเดียวก