ูดของเธอก็ใช้ได้เลยนะ]
“ดูท่าทางเมนเทอร์หลินคงไม่เข้าใจ” ซือฝูชิงเอ่ยด้วยท่าทีเนิบนาบ“ก็จริง ถ้าเมนเทอร์หลินฟังเข้าใจ โจทย์คณิตสองข้อใหญ่สุดท้ายตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยต้องทำได้แน่นอน และคงไม่ได้แค่ 108 คะแนนแน่ๆ”
หลินชิงเหยียนหน้าแดงก่ำ “…”
[ฮ่าๆ ขำชะมัด เยาะเย้ยกันโต้งๆ เลย แกงกันสุดฤทธิ์]
[ตอนหลินชิงเหยียนลองข้อสอบที่ทำกันทั่วประเทศ ฉันยังจำได้ว่าง่ายมาก ขนาดคะแนนเฉลี่ยของห้องรุ่นพี่ฉันยังได้กัน 128 คะแนนเลย]
หลินชิงเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก “เมนเทอร์ซือฉลาดความรู้กว้างขวาง ช่างน่าเลื่อมใสซะจริงๆ”
“คุณต้องเลื่อมใสอยู่แล้ว” ซือฝูชิงยังคงทำท่าเหนื่อยหน่ายเช่นเดิม “ในเมื่อฉันทั้งสวยกว่าคุณและเก่งกว่าคุณ”
หลินชิงเหยียนเลือดขึ้นหน้าอีกครั้ง
[หยิ่งดี! ฉันชอบ!]
[ต้องจี้จุดที่เจ็บปวดของยัยหลินนี่! แล้วซัดให้หน้าหงายไปซะ!]
ซือฝูชิงทำภารกิจแรกสำเร็จ เด็กฝึกในห้องทั้งหกคนจึงได้เพิ่มอีกหมื่นคะแนน
กลุ่มเมนเทอร์พักครู่หนึ่ง จากนั้นกล้องก็เลื่อนมาจับภาพพวกเด็กฝึก
พอไม่มีกล้องจับ หลินชิงเหยียนก็ผ่อนลมหายใจ
เธอถูกทิ้งไว้อยู่ข้างหลัง พอเห็นลู่หนิงเซิงเกาะแขนซือฝูชิง แววตาก็ยิ่งอึมครึม
เธอต้อคิดหาวิธีกดความจอง