ด้รับบาดเจ็บ” ซือฝูชิงสังเกตเห็นว่าสายตาของเขาอยู่ที่ไหนก่อนจะมองไปที่มือของตัวเองโดยไม่ใส่ใจ “เลือดของคนอื่นน่ะ”
อวี้ซีเหิงส่งเสียงอืมเบาๆ “กระดาษ”
เฟิ่งซานยังคงอยู่ในอาการตกตะลึง แต่เขาก็ยื่นกระดาษทิชชู่ที่พกมาด้วยให้โดยสัญชาตญาณ
ซือฝูชิงกำลังจะรับมันไป แต่กลับพบว่ากระดาษหายไปแล้ว
กระดูกข้อมือของเธอถูกตรึงไว้ กลิ่นอายอันเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขาแม้จะมีเสื้อผ้ากั้นไว้
อวี้ซีเหิงยกมือขึ้นหยิบกระดาษทิชชู่แล้วค่อยๆ เช็ดเลือดบนข้อนิ้วเธออย่างแผ่วเบา
การเคลื่อนไหวของเขาทั้งมั่นคงทั้งสง่างาม
ไม่เหมือนอย่างที่เขาพูดในวันนั้นว่าเขาปลอบคนอื่นไม่เป็น
และยิ่งไม่ใช่อย่างที่เขาบอกว่าให้ลูกน้องเอายาไปทำแผลเองและเมื่อหายดีแล้วก็ให้เริ่มทำงานทันทีเลย
ซือฝูชิงตกตะลึงไปครู่หนึ่งอย่างที่ไม่ค่อยเห็นได้เท่าไรนัก
หลังจากที่อวี้ซีเหิงเช็ดเสร็จแล้ว เขาก็โยนกระดาษทิชชู่เปื้อนเลือดลงในถังขยะ
น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบมั่นคงเช่นเคย ไม่มีร่องรอยของความยินดียินร้าย เขาพูดเพียงสองคำออกมาอย่างเนิ่บนาบ “เป็นใคร?”