ตระกูลอวี้
“ไม่เป็นไร” อวี้เย่าขมวดคิ้ว “แต่เขามาที่เมืองหลินทำไมกัน แถมยังมาที่นี่อีก”
อวี้ซีเหิงไม่เคยสนใจงานศิลปะแบบนี้มาก่อน เวลามีงานเลี้ยงของตระกูลอวี้ เขาก็มักจะกลับไปก่อนเสมอ ส่วนใหญ่แล้วจะไปพิพิธภัณฑ์ซะมากกว่า
รายการหนุ่มสาววัยใสก็เป็นรายการสำหรับเด็กวัยรุ่นมากกว่า ไม่ใช่คอนเสิร์ตของนักร้องระดับราชาหรือราชินีอะไร
“ใครจะไปรู้ล่ะ” เผยเมิ่งจือส่ายศีรษะพลางถอนหายใจ “น่าเสียดายอาเก้าของนายจริงๆ”
ถ้าขาของอวี้ซีเหิงไม่ได้พิการ เขาอาจจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจเมืองซื่อจิ่วในอนาคตก็ได้
การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจของตระกูลอวี้เปรียบกับการยึดบัลลังก์ขององค์ชายในสมัยโบราณได้เลย
น่าเสียดายที่อวี้ซีเหิงถูกลิดรอนสิทธิ์ในการสืบทอดทันทีเพราะอาการที่ขา
พอจะมองออกได้เลยว่าหลังจากคนรุ่นหลังเข้ามาสืบทอดตระกูลแล้ว ชีวิตของเขาก็คงจะไม่ราบรื่น
“น่าเสียดายอะไร” อวี้เย่าเอ่ยเสียงเรียบ “เกิดมาเป็นแบบนี้ โทษใครไม่ได้หรอก”
เผยเมิ่งจือปาดเหงื่อพลางพูดพึมพำ “อาเก้าของนายออร่าแรงมาก ฉันนึกว่ากำลังเข้าเฝ้าฮ่องเต้ซะอีก เมื่อกี้นี้เกือบจะคุกเข่าให้เขาแล้ว”
อวี้เย่าไม่แสดงความเห็นเรื่องนี้ เขาถอนสายตากลับมา “เราไปกันเถอะ”
**
ณ จอ